หนังสือจุดฝัน
posted on 21 Aug 2009 22:26 by ohnaam in book
...............................................................................
อ่านหนังสือจบติดต่อกันหลายเล่ม
- ชีวิตที่เก้าของหลุยส์ ดรากซ์
ลิส เจนเซน เขียน สุเมธ โพธิโสภณ แปล สนพ. บลิส พับลิชชิ่ง
- ยาขอบกับครอบครัว
กิตติพล สรัคคานนท์ เขียน สนพ. ระหว่างบรรทัด
- เจ้าชายน้อย ฉบับหนังสือภาพ
สนพ. กำมะหยี่ (จำชื่อคนเขียนและวาดและแปลเวอร์ชั่นนี้ไม่ได้อะ)
- จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น
เจ ดี ซาลินเจอร์ เขียน ปราบดา หยุ่น แปล สนพ.ไลท์เฮาส์
- ที่เกิดเหตุ
วรพจน์ พันธ์พงศ์ เขียน สนพ. โอเพ่นบุ๊ค
ยังชอบเจ้าชายน้อย รวมทั้งเวอร์ชั่นนี้ เล่มอื่น ๆ มีส่วนชอบ แต่ยังไม่ถึงกับชอบมาก ๆ เหมือนอ่านแล้วอินเป็นบางส่วน แต่ภาพรวมเป็นการอ่านเอาเรื่อง
รู้สึกแปลก ๆ กับหนังสือสองเล่ม คือที่เกิดเหตุ และ จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น
ไม่ใช่แปลกในแง่ว่าหนังสือดีหรือไม่ดี
แต่เป็นความรู้สึกขณะอ่าน อ่านแล้วถอยออกมามอง
ที่เกิดเหตุ หยิบเอามาอ่านในปีนี้ 2552 ขณะที่ผู้เขียนลงพื้นที่ภาคใต้ ขณะเหตุการณ์คุกรุ่น ปี 2549 อ่านแล้วถอยออกมาคิดถึง ว่าถ้าเราอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนออกใหม่ ๆ (น่าจะปี 50 ถ้าจำไม่ผิด) จะรู้สึกแบบไหน แล้วตอนนี้ล่ะ เราเห็นอะไรในเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ต่างไปจากเดิมบ้างหรือเปล่า หรือองค์ความรู้ความคิดก็เท่า ๆ เดิม แถมความรู้สึกถึงความทุกข์ยาก ความไม่สงบสุขยังจืดจางไปอีก เราเริ่มเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดาแล้วหรือยัง เราลืมไปหรือยังว่า เหตุการณ์มันยังไม่สงบ
จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น เล่มนี้รู้สึกว่าหยิบมาอ่านผิดเวลา เพื่อน ๆ เราที่เรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ จะได้อ่านเรื่องนี้ตอนเรียนปีสามหรือสี่ ซึ่งเราว่าถ้าอ่านช่วงนั้น หรืออย่างน้อยสมัยเพิ่งเรียนจบ เพิ่งเจอโลก เพิ่งหางานทำ น่าจะอินกับอารมณ์ตัวละครกว่า อ่านตอนนี้เข้าใจ แต่มันกลายเป็นความเฉยชาอย่างประหลาด ความรู้สึกพวกนั้นมันผ่านไปแล้ว
แต่เล่มหลังนี่อยากลองอ่านอีกเวอร์ชั่นนึง รู้สึกสะดุด ๆ กับสำนวนแปลของปราบดาอยู่หน่อย ๆ อะ
(สะกดชื่อเฉพาะผิดตรงไหนขอโทษด้วยค่า เขียนเหมือนบันทึกไว้ หนังสือไม่ได้อยู่กับตัวเลยไม่ได้ค้นมาเทียบดู เห็นผิดพลาดตรงไหนบอกได้ค่ะ)
.
.
ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
.
ฉันคิดประโยคนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้
.
เสียงกระดิ่งลมตรงชายคาบ้านยังดังอยู่ ดังตั้งแต่เช้า ลมสะกิดนิดหน่อยก็ไหวตาม
บางครั้งเราก็เป็นแบบนั้น
เพียงแต่น้อยครั้ง ที่ใจกายอ่อนไหวไปกับอะไรแล้วให้ผลลัพธ์น่าพิสมัยเหมือนเสียงกระดิ่งลม ส่วนใหญ่ก็มักล้มระเนระนาด ไม่มีผลเป็นรูปธรรม แต่ทุกอย่างก็ล้มครืนลงมาแล้วในใจเราเอง
.
เราคนเดียวเท่านั้นเองที่รู้ว่าทุกอย่างมันหักพังแล้ว แต่ยังมืดแปดด้านว่าจะกอบโกยมันขึ้นมายังไง
ปล่อยซากไว้รกร้าง ซักวันคงถูกซากใหม่ทับถม พอกพูน
ไม่รู้เหมือนกันว่าพื้นที่ในใจมีที่ไว้บรรจุซากปรักหักพังพวกนี้ซักเท่าไหร่
.
ซากของจิตวิญญาณ พลังใจ ความเชื่อมั่น และศรัทธา
ในทุกสิ่งทุกอย่าง
ชีวิต ความรัก ผู้คน
.
.
.
.
(นี่คือสิ่งที่มาพร้อมการเติบโตงั้นหรือ)