หลวงพระบาง กับส่วนหนึ่งของความทรงจำ2
posted on 26 Nov 2006 23:03 by ohnaam in LuangPraBang
การเริ่มต้นที่แท้จริง
มาคิดดูอีกที...
การเริ่มต้นเดินทางที่แท้จริงของเราเพิ่งเกิดขึ้นในตอนนั้น ตอนที่เราเอาตัวหลุดออกมาจากยานพาหนะคับแคบจากเมืองไทยที่เป็นเหมือนโลกอันคุ้นเคย
ก่อนเดินทางฉันวางกรอบเวลาไว้หลวม ๆ
...จากกรุงเทพฯถึงหนองคาย จากหนองคายถึงเวียงจันทร์ และจากหนองคายถึงกรุงเทพฯ ในวันเดินทางกลับ...
ส่วนระยะเวลาห้าวันที่อยู่ตรงกลางเป็นเหมือนกระดาษเปล่าในสมุดบันทึกที่เราจะค่อย ๆ เติมลงไปจนกว่าจะหมดพื้นที่
เมื่อพ้นตัวรถบัสจากหนองคาย ไม่มีอะไรมากำหนดอีก ทุกอย่างจะอยู่ที่การตัดสินใจของเราในเวลานั้น ๆ
เราไปจัดการแลกเงินที่ธนาคารเป็นอันดับแรก ใช้บริการธนาคารร่วมพัฒนาของลาว แลกเงิน 5000 บาทในอัตราแลกเปลี่ยน 1 บาท = 269 กีบ พี่เจ้าหน้าที่ยื่นปึกแบงค์ห้าพันมูลค่าล้านกว่ากีบให้เรา
ออกจากธนาคารพร้อมเงินปึกใหญ่ในกระเป๋า เราเรียกรถจัมโบ้ที่จอดอยู่ไม่ไกลธนาคารไป T2
ไม่ว่าต่อรองยังไงพี่โชเฟอร์ก็ยืนยันที่ราคา 30,000 กีบ ความรู้เลขที่ห่างหายมาเกือบสิบปีทำให้การคิดเงินกีบเป็นเงินบาท เงินบาทเป็นเงินกีบเป็นเรื่องสาหัสเอาการ เราคิดกันอยู่นานว่า 30,000 กับ 25,000 กีบคิดเป็นเงินกี่บาท และต่างกันเท่าไหร่ ด้วยความฉุกละหุกปนมึนทำให้คิดไม่ออกซักที หมีกระซิบบอกว่าค่าน้ำมันในลาวแพงกว่าไทย เราเลยตกลงให้พี่โชเฟอร์ไปที่ราคานั้น
...

ความพลาดครั้งที่หนึ่ง
สิ่งที่ฉันรู้มาเกี่ยวกับรถไปหลวงพระบางคือมีรถ VIP กับรถหวานเย็น เที่ยวรถมีตลอดทั้งวัน เช้าสามรอบ บ่ายสี่รอบ รถ VIP ใช้เวลา 8 10 ชั่วโมง หวานเย็น 10 12 ชั่วโมง และว่ากันว่า รถที่แล่นยาวจากเวียงจันทร์ไปหลวงพระบางมีเฉพาะรถ VIP เท่านั้น
ฉันแอบผิดหวังเล็กน้อยเพราะใจอยากขึ้นรถหวานเย็น แต่ถ้ามันจะมีเฉพาะรถแอร์ก็คงช่วยไม่ได้
...
ในเวลาที่ไม่ได้กำหนด ฉันคิดแค่ว่าเราควรได้จับรถออกจากเวียงจันทร์ประมาณ 10 โมงเป็นอย่างช้าเพื่อจะไปถึงหลวงพระบางไม่ดึกนัก
...
ความพลาดอยู่ตรงนี้ ตรงที่เราไม่รู้เที่ยวรถที่แน่นอนเลย
...
รถจัมโบ้พาเรามาถึง T2 ตอนเกือบ 10 โมง รถเมล์หวานเย็นขึ้นป้ายหลวงพระบางจอดอยู่ มองเห็นมาแต่ไกล เราตรงไปห้องขายตั๋ว ถามเกี่ยวกับรถ VIP ได้คำตอบว่ามีเที่ยวเดียวคือเที่ยว 8 โมงเช้า รถที่จะออกต่อไปคือคันนั้น
เจ้าหน้าที่ชี้ไปที่รถหวานเย็นกระจกหน้าร้าว เป็นคันเดียวกับที่เราเห็นตั้งแต่เข้ามา
ฉันแอบดีใจเพราะปันใจให้หวานเย็นตั้งแต่แรก ดูจากตารางเดินรถ เที่ยวต่อไปคือ 11 โมง ช้ากว่าที่คิดแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ส่วนเพื่อน ถึงดูท่าจะผิดหวังไปบ้างแต่ก็ยอมรับสภาพแต่โดยดี
เราซื้อตั๋วมาสามใบในราคาใบละ 90,000 กีบ ตั๋วที่รับมาเป็นกระดาษสีตุ่น ๆ มีชื่อฉัน ราคาค่ารถ และเวลาออกเดินทาง เขียนไว้เป็นภาษาลาว ปัญหาอยู่ตรงเวลาเดินรถ
13:00
เรารีบเอาตั๋วกลับไปถามพี่คนเดิม คำตอบไม่น่ายินดี
ไม่มีรถรอบ 11 โมงอย่างในตาราง บ่ายโมงตรงคือรอบที่เร็วที่สุดแล้ว เอ๋พยายามถามจากห้องอื่น ๆ เผื่อจะเป็นคนละบริษัทเดินรถกัน แต่ทุกคนก็ตอบเหมือนกันคือบ่ายโมง (หรืออาจเลตกว่านั้นถ้าผู้โดยสารน้อย)
เรานับเวลาไปถึงหลวงพระบาง ยังไงก็ไม่ต่ำกว่าห้าทุ่ม
พี่คนขายตั๋วพูดทิ้งท้ายเหมือนตอกย้ำ ไปนั่งรอตรงนั้นได้
...
เราไม่กังวลกับการรอคอย และเพราะมีชื่อที่พักในใจบ้างแล้ว แถมคนขายตั๋วยืนยันว่าที่หลวงพระบางมีรถโดยสารในเมืองตลอด 24 ชั่วโมง เลยไม่ค่อยห่วงเรื่องการไปถึงเมืองที่ไม่รู้จักยามดึกเท่าไหร่ ที่ยังกลัว ๆ คือ การเดินทางบนเส้นทางคดโค้งเลาะเขาเลียบเหวยามค่ำคืน แต่ก็ทำได้แค่ภาวนาไม่ให้มีฝนตกลงมาเพิ่มความอันตรายเท่านั้น
...

13:00
เราปรับตัวเข้ากับโชคชะตาได้ดีอย่างน่าประหลาด
ในที่สุดความกังวลเรื่องการเดินทางที่จะมาถึงก็คลี่คลาย เอ๋เริ่มต้นถ่ายรูปตัวเองเหมือนที่ทำมาตั้งแต่เริ่มเดินทาง แล้วเราก็ลงมือลิสท์ชื่อที่ที่น่าจะต้องไปในหลวงพระบาง สลับกับการผลัดกันปล่อยมุกแปลก ๆ เป็นพัก ๆ
10 โมง 11 โมง เที่ยง
คนเริ่มทยอยเอาของขึ้นรถ รถไม่ระบุที่นั่ง เราเลยแบกเป้ของตัวเองขึ้นไปจองที่บนรถบ้าง
เอ๋จองที่ฝั่งขวาของรถเพราะเชื่อว่าฝั่งนี้คงอยู่ด้านเหว หลักการคือ ไหน ๆ ต้องนั่งรถบนทางภูเขาแล้วก็ใกล้ชิดเหวให้สะใจกันไปเลย
...
มื้อกลางวันวันนี้เป็นไวไวซึ่งซื้อจากร้านเฝอที่มีอยู่เจ้าเดียวตรงท่ารถ
คนขายคงไม่ได้ยินที่เราบอกหรือฟังไม่เข้าใจเลยทำเฝอเนื้อมาให้ทั้งที่เราสั่งหมู
3 คน ไม่มีใครกินเนื้อเลย
เอ๋เคยกินเนื้อแล้วอ้วกเลยซื้อนมมากินแทน ส่วนฉันกับหมีกินเส้นประทังชีวิต พยายามไม่นึกถึงรสชาติและกลิ่นของเนื้อวัว
เราเข้าห้องน้ำให้เรียบร้อย และพยายามกินน้ำให้น้อยที่สุดตามคำแนะนำของเพื่อนซึ่งเคยมา เพราะจากนี้เราอาจไม่เจอห้องน้ำอีก
และหลังจากยืนเกร่แถวหน้ารถไม่นานก็ได้เวลารถออก
เด็กรถซึ่งนั่งล้อมเก้าอี้กินข้าวเหนียวกับบางอย่างที่น่าจะเป็นพวกส้มตำสลายตัวขึ้นรถตามมาเมื่อผู้โดยสารพร้อมเพรียง
เพื่อนร่วมทางของเราเป็นนักท่องเที่ยวกับชาวบ้านประมาณครึ่งต่อครึ่ง ในบรรดาชาวบ้าน ฉันเห็นชายชาวลาวท่าทางสนิทสนมกับเด็กรถคนหนึ่งพกปืนกระบอกโตขนาดว่า สวมเสื้อแจ็กเก็ตคลุมแล้วปลายปืนยังโผล่พ้นชายเสื้อออกมา ฉันแอบหวั่นใจ แต่พยายามคิดในแง่ดีว่าคงเป็นคนที่คอยดูแลความปลอดภัยยามค่ำคืน
...
edit @ 2006/11/27 22:57:22
พร้อมแล้วจ้า ไปต่อได้

แต่ว่าอยากไปมั้งจังเลยยังไม่มีโอกาสได้ไป
#1 By นายป้อ on 2006-11-26 23:22