หลวงพระบาง กับส่วนหนึ่งของความทรงจำ 3
posted on 17 Feb 2007 23:32 by ohnaam in LuangPraBang
บ่าย ๆ บนเส้นทางสาย 13 เหนือ (1)
ที่นั่งฝั่งเหวของเอ๋มีดีตรงนี้
ตรงที่ไม่โดนแดดบ่าย
ฉันเปิดหน้าต่างกว้างให้ลมพัดเข้ามา สายตามองภาพริมทางที่คืบผ่านไปตามความเร็วรถ
เด็กนักเรียนกำลังกลับเข้าโรงเรียนอีกครั้งเมื่อเราเริ่มออกเดินทาง ท้องถนนเลยเต็มไปด้วยเด็ก ๆ บ้างเดิน บ้างปั่นจักรยาน หลายคนมีร่มในมือเป็นอาวุธสู้กับแดดบ่าย เด็กชายในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกางเกงดำ เด็กหญิงในชุดเสื้อเชิ้ตขาวกับผ้าซิ่นสีเข้ม จับจองสนามหญ้ากว้างใหญ่หน้าอาคารเรียนชั้นเดียวของพวกเขา
...
ช่วงแรกของการเดินทาง สองข้างทางเป็นบ้านคน ร้านค้า สลับกับทุ่งนาฤดูเก็บเกี่ยว รถหวานเย็นของเราแวะจอดรับผู้โดยสารที่โบกขึ้นตามรายทางบ้างเป็นระยะ ถนนราดยางสายเดิมเริ่มไต่ทางสูงขึ้นเมื่อแล่นพ้นเวียงจันทร์ เส้นทางคดโค้ง แต่ยังไม่หนักข้อ ลมเย็นที่พัดผ่านเข้ามามีกลิ่นต่างจากเดิม และสิ่งที่เห็นนอกหน้าต่างเปลี่ยนไปแล้ว
เมืองจากเราไป
และภูเขาขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม

ห้วยดอกไม้
กิจกรรมของฉันบนรถหวานเย็นนอกจากนั่งตากลมชมวิวคือการอ่านป้ายที่อยู่รายทาง
ในบรรดาป้ายต่าง ๆ ฉันชอบป้ายบอกชื่อห้วยที่สุด บางชื่ออ่านไม่ออก บางชื่ออ่านออกแต่ไม่เข้าใจ แต่หลายชื่อที่อ่านเข้าใจเป็นชื่อน่ารัก อ่านแล้วก็ชะเง้อดูว่าอะไรทำให้ห้วยที่ว่ามีชื่อนั้น
ห้วยที่ฉันจำได้ไม่ลืมชื่อห้วยดอกไม้ ห้วยนี้คงคดโค้งไปมา ถนนเลยพาดผ่านหลายรอบ ทำให้มีทั้งห้วยดอกไม้ 1 ห้วยดอกไม้ 2
รถแล่นผ่านที ฉันก็ชะเง้อมองซักที แต่ไม่สมชื่อเลย ไม่เห็นมีดอกไม้ซักดอก
...
รถเข้าโค้งหนึ่งของภูเขาไม่ไกลจากห้วยดอกไม้แล้วหยุด
ไม่มีคนลง ไม่มีคนขึ้น
ที่มีริมทางโค้งนั้นคือมอเตอร์ไซค์ที่ล้มคว่ำอยู่ หญิงวัยกลางคนหัวโน กับชายรุ่นราวคราวเดียวกันนอนหายใจเหนื่อยอ่อน
เด็กรถชะโงกหน้าออกไปถามไถ่พักหนึ่ง เมื่อบทสนทนาที่ฉันไม่เข้าใจจบลง รถหวานเย็นก็เคลื่อนตัวพาเราออกเดินทางอีกครั้ง ผ่านทางคดโค้งไม่เท่าไหร่ก็เข้าหมู่บ้านเล็ก ๆ แล้วจอดอีกครั้งที่หน้าร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์
เช่นเคย ไม่มีคนลง และไม่มีคนขึ้น
เด็กรถคนเดิมชะโงกหน้าไปคุยกับชายวัยหนุ่มที่กำลังซ่อมมอเตอร์ไซค์อยู่ เขารับฟังด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ในบทสนทนารวดเร็วเกินเข้าใจนั้น มีคำหนึ่งที่ฉันจับความได้ นั่นคือคำว่า
ห้วยดอกไม้
และเมื่อรถแล่นจากมา ฉันมีที่มาของชื่อนี้ในใจ

บ่าย ๆ บนเส้นทางสาย 13 เหนือ (2)
เส้นทางที่คาดเดาไม่ได้
ทอดตัวคดโค้งสู่เขาเบื้องหน้า
ภูเขาทิวแล้วทิวเล่า
ลูกแล้วลูกเล่า
เราเดินทางสู่อ้อมกอดเหน็บหนาวของภูเขา...
ฉันนึกบางถ้อยคำวลีขึ้นได้ในระหว่างที่รถหวานเย็นพาลัดเลาะไปตามภูเขาแต่ละลูก ทางราดยางบนเขาคดโค้งไปมาและค่อนข้างขรุขระ รถแล่นโคลงเคลงจนยากจะจดบันทึกสิ่งที่นึกออกไว้ได้ ได้แต่พยายามท่องให้สิ่งเหล่านั้นฝังอยู่ในความทรงจำอันเลอะเลือนของตัวเอง เพื่อจะได้เขียนลงสมุดเมื่อรถจอดแม้เพียงนิด
บ่ายแก่ ๆ เราเข้าสู่ถนนกลางหุบเขาเต็มตัว เส้นทางที่เราจากมาถูกปิดไว้ด้วยภูเขาที่มองเห็นอยู่ไกล ๆ ฝั่งขวาเป็นทิวเขาขนาดกลางอาบแดดบ่ายเป็นสีเหลืองอยู่เกือบชิดถนน ด้านซ้ายมีเทือกเขาหินปูนที่ปล่อยให้ดวงอาทิตย์คล้อยฟ้าโผล่จากร่องเขาเป็นครั้งคราวตามการเคลื่อนผ่านของรถตั้งตระหง่านอยู่ ส่วนข้างหน้าเราเป็นเขาสูง ทางทอดตัวหายลับไปในซอกหลืบจนเราไม่รู้ว่ามีอะไรรออยู่บ้าง
เราล้อมคุณไว้แล้ว
เหมือนได้ยินเสียงกระซิบอย่างนั้น
...
เรามาถึงวังเวียง เมืองปลายทางของหลายคนเอาราวบ่ายสี่โมง ชาวต่างชาติส่วนใหญ่ลงที่นี่ บนรถเหลือฝรั่งเพียงคนเดียว ส่วนคนไทยรวมเราด้วยมีห้าชีวิต ที่เหลือทั้งหมดเป็นเจ้าถิ่นชาวลาว
...
สำหรับคนที่ได้เยือนวังเวียงคงมีมุมมองอย่างหนึ่ง
แต่สำหรับคนผ่านทางอย่างฉัน วังเวียงสวยงามด้วยภูเขาหินปูน ทุ่งนาขั้นบันได และดอกเลาล้อแดดบ่ายริมน้ำซอง
...
ฉันชะเง้อมองผ่านหัวผู้โดยสารที่นั่งฝั่งซ้ายคอแทบเคล็ดเพื่อดูทิวทัศน์สวยงามที่อยู่อีกฟากของรถ
ที่นั่งฝั่งเหวของเอ๋ไม่ดีก็ตรงนี้เอง

edit @ 2007/02/18 23:25:23
#1 By matoom39 on 2007-02-18 23:19