ลำปาง 1 :: ยังไม่สายเกินไป
posted on 06 Dec 2008 19:42 by ohnaam in OnTheWayการนอนเกร็งข้ามคืนยาวนานบนที่นอนชั้นบนตู้นอนแอร์ทำให้ปวดหลังตงิด ๆ ส่วนอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศก็เป็นพิษกับอาการหวัดของฉันทำให้ต้องนอนไอตลอดคืน
เช้านั้นฉันตื่นก่อนนาฬิกาปลุก คงเพราะใจกังวลว่าจะนอนยาวเลยสถานีนครลำปางจุดหมายของเรา ฟ้าเพิ่งจะเริ่มมีสี แต่มองหาดวงอาทิตย์ไม่เห็น รถไฟขบวนยาวยังเคลื่อนตัวเชื่องช้าสลับกับหยุดเป็นระยะ ฉันเลยอาศัยจังหวะนั้นเดินไปท้ายขบวน เปิดประตูข้าง แล้วถ่ายรูปทางรถไฟและภูเขาที่เราทิ้งไว้เบื้องหลัง
เช้าขมุกขมัว กับเส้นทางที่เราผ่านมา
อากาศเช้าชื้นเย็น
เจ็ดโมงกว่า เลยกำหนดเวลาถึงลำปางตามตารางเดินรถมาเยอะแล้ว เวลานั้นฉันเพิ่งรู้ตัวว่าเรายังอยู่แค่แพร่ เพื่อนที่อุตส่าห์เอาชนะความง่วงตื่นขึ้นมารอลงรถเลยขอตัวนอนต่อ ส่วนฉันพาตัวเองมานั่งอยู่ในตู้เสบียง
แต่ละคนให้คุณค่าของแต่ละสิ่งต่างกัน
ฉันคิดเมื่อหย่อนตัวนั่งลงบนที่นั่งหนึ่งที่ว่างอยู่ หลังจากยืนถ่ายรูปทิวทัศน์นอกหน้าต่างรถไฟอยู่พักใหญ่ ขบวนรถนี้ไม่มีตู้พัดลม นั่นเป็นเหตุผลให้ฉันต้องโดยสารตู้นอนแอร์...เป็นครั้งแรก ทั้งที่ปกติจะเลือกตู้นั่งชั้นสองเสมอ แต่สุดท้ายก็ต้องระเห็จตัวเองมานั่งแช่อยู่ในตู้เสบียง
บางคนอาจให้คุณค่าของการเลือกโดยสารพาหนะชนิดหนึ่งแค่เครื่องมือพาข้ามเวลาจากสถานที่หนึ่งสู่อีกสถานที่ บางคนให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัย อีกบางคนเลือกความสะดวกสบายและรวดเร็ว หรือบางที แค่เรื่องพาหนะ อาจไม่ใช่สิ่งต้องเก็บมาคิดให้มากความ
แต่ประสาคนเรื่องมาก ฉันก็ยังอดให้คุณค่าความสำคัญกับมันไม่ได้ และคุณค่าของการนั่งรถไฟสำหรับฉัน ที่ทำให้ต้องพาตัวเองหนีตู้นอนแอร์มาก็อยู่ตรงนี้ ...ตรงภูเขา หมอกเช้า ผืนนาแปลงเล็ก ดอกหญ้า แมลง ที่ไม่ได้ให้เราสัมผัสเฉพาะรูป แต่รวมถึงกลิ่น และเสียง ...อยู่ตรง ‘อากาศ’ ที่เป็นอากาศจริง ๆ
เส้นทางข้างหน้า หลายครั้งสวยงามเกินคาดเดา
ฉันสั่งกาแฟหนึ่งถ้วย ตามด้วยน้ำส้มอีกหนึ่งแก้ว แลกกับเวลาที่จะได้นั่งเรื่อยเปื่อยในบรรยากาศของตู้เสบียง
...ตู้เสบียงเป็นแบบนี้เสมอ ไม่เคยมีเพลงป๊อบ แจ๊ส อีซีลิสเซนนิง ตู้เสบียงจะเป็นตู้เสบียงของแท้เมื่อมีเพลงลูกทุ่งเล่นต่อเนื่อง สลับกับเพลงเพื่อชีวิตจังหวะ ‘โจ๊ะ ๆ’ แทรกเสียงพูดคุยหลากภาษาของลูกค้าและพนักงาน
ตู้เสบียงกับอาหารเช้าสไตล์อเมริกันที่ฉันไม่ได้สั่ง
เวลายังคงเดินนำหน้าระยะทางไปเรื่อย ๆ เราผ่านป้ายสีเหลืองรอบแล้วรอบเล่า ป้ายที่บอกว่าเรากำลังอยู่บนเส้นทางขึ้นเขา ถึงจะใช้บริการรถไฟมาแล้วหลายครั้ง แต่สารภาพว่านั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันรู้สึกถึงการ 'ขึ้นเขา' จริง ๆ เมื่อรถแล่นเชื่องช้าให้ความรู้สึกหนักอึ้ง และหยุดเป็นพัก ๆ ราวกับจะต้านแรงโน้มถ่วงของโลกไม่ไหวและถอยลงไปตามเส้นทางเดิมยังไงยังงั้น
ฉันถามพี่เจ้าหน้าที่คนหนึ่งในตู้เสบียง “ทำไมรถไฟช้าละคะ” ได้คำตอบว่า “แล่นเร็วเดี๋ยวยางแตก” ทำเอาอึ้งไปพักนึง “จริงเหรอพี่ รถไฟมียางด้วยเหรอ”
ได้ยินเสียงพี่เจ้าหน้าที่ประจำโบกี้ของเราบอกผู้โดยสารอีกคนว่า...เห็นโบกี้ที่ต่อจากหัวรถจักรไหม สี่โบกี้นั่นล่ะทำให้รถหนัก แต่ถึงช้าดีกว่าไม่ถึงนะ...
ถึงอย่างนั้น สำหรับพนักงานตู้เสบียง รถช้าหรือเร็วดูจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ ยิ่งเวลาล่วงผ่าน ดูเหมือนแต่ละคนจะยิ่งคึกคักกันสุด ๆ ต่างตบไม้ตบมือตามจังหวะเพลง และสุดท้ายหนึ่งในนั้นก็ร้องขึ้น “เอ้า ! ลงไปเข็นรถ” โถ่รถไฟชรา แล่นเชื่องช้าขึ้นเขา
เจ้าหน้าที่คนหนึ่ง กับมื้อเช้าสบาย ๆ
กว่าจะรู้ตัวก็สายแล้ว เรามาถึงจุดหมายเอาเกือบเที่ยง เลยกำหนดเวลาไปหลายชั่วโมง พี่เจ้าหน้าที่ประจำโบกี้เดินมาส่งผู้โดยสารถึงประตู ขอโทษขอโพยที่รถไฟเชื่องช้า ดูจะไม่มีใครหงุดหงิด ส่วนหนึ่งอาจเพราะทำใจมาแล้ว แต่ส่วนนึงฉันคิดว่า เหมือนที่หนังสือเลือกคนอ่าน หนังเลือกคนดู และสถานที่เลือกคนไปเที่ยว บางทีพาหนะก็อาจเป็นฝ่ายเลือกผู้โดยสารเหมือนกัน
ฉันเดินลงรถไฟพร้อมกับที่เด็กหญิงคนหนึ่งวิ่งสวนมา ส่งเสียงร้องเรียกพ่อ แล้วเข้าไปกอดพี่เจ้าหน้าที่คนเดิม
สถานีนครลำปางต้อนรับเราด้วยรอยยิ้ม
รถมาถึงเอาเมื่อสาย แต่ความสุขคงไม่สายเกินไปถ้าเราเปิดใจสัมผัส
สถานีรถไฟนครลำปาง
edit @ 6 Dec 2008 20:34:14 by ระหว่างทาง
edit @ 8 Dec 2008 00:23:47 by ระหว่างทาง
อยากจะลองขึ้นรถไฟดูสักครั้งบ้างจัง
นั่งเหม่อมองริมทาง พลาง รับลมเย็น ไปเพลินๆ คงสดชื่นหน้าดู
#1 By ire_u on 2008-12-06 20:51