แก 

 

ฉันมาทำอะไรที่นี่

 

รถทัวร์ที่ขึ้นมาจากกรุงเทพฯ ปลุกเราตั้งแต่ยังไม่ตีห้าด้วยเพลงที่ฉันไม่รู้จัก ก่อนแจกผ้าเย็น เสิร์ฟกาแฟร้อน ๆ 

 

 

แต่ตอนนั้นใครจะมีอารมณ์ดื่มกาแฟ ฉันลืมตาตื่นแล้วนึกสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะกำหนดถึงปลายทางที่เชียงของมันตั้งเจ็ดโมงเช้า

 

ซักพักป้ายริมทางก็บอกเราว่าตอนนี้มาถึงจังหวัดพะเยาแล้ว รถจะแวะส่งคนที่แรกที่อำเภอดอกคำใต้ เป็นชื่ออำเภอที่เพราะจัง ฉันนึกถึงเพลงหนึ่งขึ้นมา โอ้ โอ๋ แม่ดอกคำใต้...

 

คุณป้าที่นั่งข้างฉันจะลงที่เชียงคำ อำเภอหนึ่งในพะเยา แกอธิบายให้ฉันฟังว่าก่อนจะถึงปลายทางของฉันเราต้องแวะที่ไหนบ้าง มีดอกคำใต้ จุล เชียงคำ เทิง ฉันไม่คุ้นชื่อเมืองแถวนี้เลยจริง ๆ สารภาพอีกอย่างว่า นึกไม่ออกว่าพะเยาอยู่ตรงไหนของภาคเหนือ แต่ในเมื่อเราจะไม่ผ่านจังหวัดอื่นอีกหลังจากนี้ ก็แสดงว่าพะเยาอยู่ติดเชียงรายสินะ

 

ด้วยเสียงเพลงและแสงไฟในรถ ฉันหลับไม่ลงอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น ได้แต่มองฟ้ามืดข้างนอกที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ พระอาทิตย์ขึ้นทางฝั่งขวามือที่หลังภูเขา ทำให้ทิวเขามีเหลือบสีส้มอมเหลือง แล้วทุกสิ่งที่ริมทางก็ค่อย ๆ เผยตัว

 

เจ็ดโมงกว่าเราก็เข้าสู่เชียงของด้วยถนนเลนส์เดียวที่แล่นผ่านบ้านคน โรงเรียน สลับกับทุ่งนาสีเหลืองที่มีลอมฟางและฝูงวัว ทุกอย่างดูเป็นสีขุ่น ๆ ด้วยหมอกขาวที่ห่มคลุม เครื่องปรับอากาศในรถทำเอาฉันเดาไม่ถูกเลยว่าอากาศที่ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง เลยได้แต่พยายามสังเกตชาวบ้านริมทางว่าเขาใส่เสื้อกันหนาวกันหนาแค่ไหน ก่อนตัดสินใจสวมเสื้อกันหนาวตัวบางเมื่อรถมาถึงตลาด

 

อาจเพราะวันที่ 9 ธันวา วันที่ฉันไปถึงเป็นวันธรรมดาด้วยมั้ง 'ตำมิละ' เกสต์เฮาที่เล็งไว้เลยไม่เต็มทั้งที่มีแค่เจ็ดห้องและไม่รับจอง ฉันเลยได้ที่พักถูกใจอย่างไม่ยากเย็น 

 

ฉันมาทำอะไรที่นี่

 

นั่นเป็นคำถามที่ฉันตั้งขึ้นในใจระหว่างพาตัวเองเดินตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนนของเมืองเชียงของ

 

ถนนที่ว่าคือถนนสายหลักของเมืองหรือที่เรียกกันว่าถนนสายกลาง ถ้านับจากจุดที่รถทัวร์จอดจนถึงท่าเรือบั๊ค ท่าเรือข้ามฟากไปลาว ก็เป็นระยะทางประมาณสองกิโล เป็นถนนเส้นที่ตัดผ่านสถานที่ราชการ ย่านร้านค้า ร้านอาหาร วัด และเกสต์เฮาส์หลายแห่ง เรียกง่าย ๆ คือ ตัดผ่านส่วนที่เป็น 'เมือง' ของเชียงของ

 

หลังจากเก็บข้าวของและอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ฉันเดินย้อนไปถึงท่ารถอีกครั้งเพื่อทำความรู้จักเมืองให้ละเอียดขึ้น แล้วเดินวกกลับตรงไปจนถึงท่าเรือที่สุดทาง หลายคนบอกว่าเชียงของเหมือนปายเมื่อหลายปีก่อน แต่หลังจากเดินสำรวจเมือง ฉันว่าเชียงของเหมือนเมืองเล็ก ๆ อีกหลายร้อยเมืองในประเทศไทย เมืองธรรมดา ผู้คนธรรมดา สถานที่ธรรมดา และเป็นเมืองผ่านขนานแท้ ขนาดที่ว่าหลายคนที่นี่ถามฉันด้วยคำถามเดียวกัน ว่าตั้งใจจะมาเชียงของหรือจะผ่านไปที่อื่น

 

ฉันมาทำอะไรที่นี่ ในเมืองที่ไม่มีอะไรเลย

 

คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวพร้อมความรู้สึกผิดหวัง ขณะฉันเริ่มออกเดินอีกครั้งหลังจากไม่พบสิ่งน่าสนใจที่ท่าเรือบั๊ค คราวนี้ฉันเดินกลับทางเก่ากลางแดดจ้า อากาศที่นี่ชวนให้เป็นหวัดง่าย ๆ  ถ้าอยู่ในที่ร่มแกจะหนาวจนต้องพึ่งเสื้อกันหนาวบาง ๆ สักตัว แต่พอออกแดดหน่อยแกก็แทบอยากเขวี้ยงเสื้อนั้นทิ้ง

 

ฉันเจอร้านขายโปสการ์ดร้านหนึ่ง 'มุมนักเดินทาง' ที่ปากทางเข้าที่พัก เลยแวะไปหยิบจับดู พี่เจ้าของร้านไม่ใช่คนที่นี่แต่มาอยู่ได้เป็นสิบปีแล้ว ด้วยอัธยาศัยที่ดีของพี่ทำให้เราคุยกันได้ยืดยาว และการได้พูดคุยกับใครบ้างก็คล้ายจะช่วยสลายความรู้สึกแปลกแยกในใจฉันลง

 

หนึ่งในโปสการ์ดที่ฉันเลือกมามีประโยคเขียนไว้ว่า

 

There is nothing but moment of silence you will gain here  

 

แค่หนึ่งประโยคก็ทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย

 

ฉันมาทำอะไรที่นี่

 

ฉันคิดนะแกว่าฉันไม่ได้คาดหวังกับการเดินทางครั้งนี้เลย ฉันคิดแบบนั้น แต่เมื่อมีคำถามที่ว่าเกิดขึ้นก็แสดงว่า จริง ๆ แล้วฉันแอบคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่ อาจอยากให้มันเป็นเหมือนภาพที่ฉันวาดฝัน หรือให้มันเหมือนที่ไหน ๆ ที่เคยไปมา

 

แกเคยคาดหวังกับใครหรืออะไรบ้างไหม

 

ฉันว่าฉันมักจะคาดหวัง หรือวาดภาพต่าง ๆ นานาไว้ในใจเสมอทั้งโดยรู้และไม่รู้ตัว เพิ่งมาคิดได้ว่า ในการเดินทางไม่ว่าจะที่ไหน ถ้าเราอยากทำความรู้จักกับสถานที่แห่งนั้น เราก็ไม่ควรคาดหวังอะไรเลย แต่น่าจะเปิดใจให้กว้าง เพื่อจะได้เรียนรู้ตัวตน และสิ่งที่ที่นั่นเป็นมากกว่า

 

มันคงเหมือนกับการทำความรู้จักผู้คนล่ะมั้ง หลายครั้งความคาดหวังก็ทำให้เราเจ็บปวดและเสียใจ หลายครั้งอคติก็ทำให้เราพลาดที่จะได้รู้จักบางแง่มุมของแต่ละคน และสุดท้ายเราอาจไม่มีโอกาสได้รู้จักตัวตนของคนคนนั้นเลย

 

บ่ายวันนั้นฉันเลือกพักเหนื่อยจากการเดินทาง นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ร้านอาหารของเกสต์เฮาส์ สลับกับคิดอะไรเรื่อยเปื่อยและมองแม่น้ำโขงไหลเื่อื่อย ๆ อยู่ใต้แสงแดด มองรถของฝั่งลาวแล่นไปมาบนถนนเลียบแม่น้ำ กะว่าเย็น ๆ จะเดินออกไปหาอะไรกินที่ตลาด

 

ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากทำให้ได้คือเปิดใจให้กว้าง มองทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่เป็น

 

และถ้าฉันทำได้ ฉันอาจไม่คาดหวังอะไรเลยกระทั่งชั่วขณะของความเงียบสงบ 

 

ฉันเอง  

 

ปล.ส่งรูปมาให้ด้วย อย่าลืมดูล่ะ

.

.

 

 

.

ตอนเช้า ที่เกสเฮาส์ที่ฉันพัก

.

  

.

หน้าตาเมืองเชียงของ

. 

 

.

แม่น้ำโขงในความเงียบสงบ

. 

เรือของลาว แล่นไปไหนไม่รู้สิ 

.

 

edit @ 16 Dec 2008 00:34:48 by ระหว่างทาง

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

^_____^

ชีวิตรื่นรมย์

#1 By moodee on 2008-12-15 23:31

ตามมาเที่ยวค่ะ

ปล เที่ยวเก่งจัง big smile

#2 By Lazy Queen on 2008-12-15 23:38

ได้มาพักกาย พักใจ ก่อนนอน กับบรรยากาศในบ้านนี้ surprised smile

ฝันดีนะคะ big smile

#3 By ~ N ~ on 2008-12-15 23:39

อยากมีอารมณ์นั้น

นั่งนิ่งๆ ดูผู้คน ดูหมอกตก

ริมน้ำโขงที่ยิ่งใหญ่

#4 By walk my own way ^^ on 2008-12-16 09:57

...บรรยากาศอบอุ่นจัง...big smile

...คิดถึงบ้านมากๆ...big smile

...มีความมสุขมากๆน๊า...big smile

#5 By happiness in my bag.. on 2008-12-17 02:50

เรารู้สึกเหมือนน้ำแหละ ตอนที่ไปถึงเชียงของ
เป็นปีใหม่เมื่อหลายปีก่อน ขับรถไปเอง
ฝ่าความหนาแน่นของถนนหน้าเทศกาล ค้างเชียงราย คืนนึง
ก่อนไปเชียงของ
ตอนนั้นมีน้องที่รู้จักคนนึงอยู่แถวนั้น
แต่ไปถึงแล้ว บางทีที่คิดว่ารู้จัก ก็เพิ่งรู้ว่า รู้จักน้อยไป
...
เชียงของในความทรงจำ เลยไม่มีอะไรให้จำนัก

อยากไปแก้ตัวเหมือนกันนะ

#6 By friday on 2008-12-29 02:23

สวัสดีปีใหม่ค่ะคุณเพื่อนconfused smile

จู่ๆก็เกิดอารมณ์อยากไปเที่ยวปายกับเ้ค้ามั่งจังอะแก
(อารมณ์ไหนก็ไม่รู้)

ป.ล. แวะมาตอบ
ขวดแยมเป็นขวดแก้วสูงๆน่ะแก สวยมากๆ
(ซื้อเพราะรูปร่างหน้าตามันนั่นแหละ)
อร่อยสมหน้าตาด้วย โชคดี
มันใส่ตู้เย็นเก็บข้ามวันได้ด้วยหละ ถ้ามีกำลังฮึดจะทำไปยัดเยียดให้ทุกคนกิน หรือไม่ก็ทำอย่างอื่น หุๆ
ตอนนี้กำลังอยากทำมัฟฟิน หาของก่อน

#7 By Aoi Ringo on 2009-01-02 20:05

มาสวัสดีปีใหม่ อีกครั้งค่ะคุณน้ำ ฝันดีนะคะ big smile

#8 By ~ N ~ on 2009-01-03 21:42