จดหมายฉบับที่ 2...ฉันมาทำอะไรที่นี่ เชียงของ
posted on 15 Dec 2008 23:07 by ohnaam in Chiangkhong
ฉันมาทำอะไรที่นี่
รถทัวร์ที่ขึ้นมาจากกรุงเทพฯ ปลุกเราตั้งแต่ยังไม่ตีห้าด้วยเพลงที่ฉันไม่รู้จัก ก่อนแจกผ้าเย็น เสิร์ฟกาแฟร้อน ๆ
แต่ตอนนั้นใครจะมีอารมณ์ดื่มกาแฟ ฉันลืมตาตื่นแล้วนึกสงสัยว่าตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะกำหนดถึงปลายทางที่เชียงของมันตั้งเจ็ดโมงเช้า
ซักพักป้ายริมทางก็บอกเราว่าตอนนี้มาถึงจังหวัดพะเยาแล้ว รถจะแวะส่งคนที่แรกที่อำเภอดอกคำใต้ เป็นชื่ออำเภอที่เพราะจัง ฉันนึกถึงเพลงหนึ่งขึ้นมา โอ้ โอ๋ แม่ดอกคำใต้...
คุณป้าที่นั่งข้างฉันจะลงที่เชียงคำ อำเภอหนึ่งในพะเยา แกอธิบายให้ฉันฟังว่าก่อนจะถึงปลายทางของฉันเราต้องแวะที่ไหนบ้าง มีดอกคำใต้ จุล เชียงคำ เทิง ฉันไม่คุ้นชื่อเมืองแถวนี้เลยจริง ๆ สารภาพอีกอย่างว่า นึกไม่ออกว่าพะเยาอยู่ตรงไหนของภาคเหนือ แต่ในเมื่อเราจะไม่ผ่านจังหวัดอื่นอีกหลังจากนี้ ก็แสดงว่าพะเยาอยู่ติดเชียงรายสินะ
ด้วยเสียงเพลงและแสงไฟในรถ ฉันหลับไม่ลงอีกเลยตั้งแต่ตอนนั้น ได้แต่มองฟ้ามืดข้างนอกที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นเรื่อย ๆ พระอาทิตย์ขึ้นทางฝั่งขวามือที่หลังภูเขา ทำให้ทิวเขามีเหลือบสีส้มอมเหลือง แล้วทุกสิ่งที่ริมทางก็ค่อย ๆ เผยตัว
เจ็ดโมงกว่าเราก็เข้าสู่เชียงของด้วยถนนเลนส์เดียวที่แล่นผ่านบ้านคน โรงเรียน สลับกับทุ่งนาสีเหลืองที่มีลอมฟางและฝูงวัว ทุกอย่างดูเป็นสีขุ่น ๆ ด้วยหมอกขาวที่ห่มคลุม เครื่องปรับอากาศในรถทำเอาฉันเดาไม่ถูกเลยว่าอากาศที่ข้างนอกเป็นยังไงบ้าง เลยได้แต่พยายามสังเกตชาวบ้านริมทางว่าเขาใส่เสื้อกันหนาวกันหนาแค่ไหน ก่อนตัดสินใจสวมเสื้อกันหนาวตัวบางเมื่อรถมาถึงตลาด
อาจเพราะวันที่ 9 ธันวา วันที่ฉันไปถึงเป็นวันธรรมดาด้วยมั้ง 'ตำมิละ' เกสต์เฮาที่เล็งไว้เลยไม่เต็มทั้งที่มีแค่เจ็ดห้องและไม่รับจอง ฉันเลยได้ที่พักถูกใจอย่างไม่ยากเย็น
ฉันมาทำอะไรที่นี่
นั่นเป็นคำถามที่ฉันตั้งขึ้นในใจระหว่างพาตัวเองเดินตั้งแต่หัวถนนยันท้ายถนนของเมืองเชียงของ
ถนนที่ว่าคือถนนสายหลักของเมืองหรือที่เรียกกันว่าถนนสายกลาง ถ้านับจากจุดที่รถทัวร์จอดจนถึงท่าเรือบั๊ค ท่าเรือข้ามฟากไปลาว ก็เป็นระยะทางประมาณสองกิโล เป็นถนนเส้นที่ตัดผ่านสถานที่ราชการ ย่านร้านค้า ร้านอาหาร วัด และเกสต์เฮาส์หลายแห่ง เรียกง่าย ๆ คือ ตัดผ่านส่วนที่เป็น 'เมือง' ของเชียงของ
หลังจากเก็บข้าวของและอาบน้ำอาบท่าเสร็จ ฉันเดินย้อนไปถึงท่ารถอีกครั้งเพื่อทำความรู้จักเมืองให้ละเอียดขึ้น แล้วเดินวกกลับตรงไปจนถึงท่าเรือที่สุดทาง หลายคนบอกว่าเชียงของเหมือนปายเมื่อหลายปีก่อน แต่หลังจากเดินสำรวจเมือง ฉันว่าเชียงของเหมือนเมืองเล็ก ๆ อีกหลายร้อยเมืองในประเทศไทย เมืองธรรมดา ผู้คนธรรมดา สถานที่ธรรมดา และเป็นเมืองผ่านขนานแท้ ขนาดที่ว่าหลายคนที่นี่ถามฉันด้วยคำถามเดียวกัน ว่าตั้งใจจะมาเชียงของหรือจะผ่านไปที่อื่น
ฉันมาทำอะไรที่นี่ ในเมืองที่ไม่มีอะไรเลย
คำถามนั้นวนเวียนอยู่ในหัวพร้อมความรู้สึกผิดหวัง ขณะฉันเริ่มออกเดินอีกครั้งหลังจากไม่พบสิ่งน่าสนใจที่ท่าเรือบั๊ค คราวนี้ฉันเดินกลับทางเก่ากลางแดดจ้า อากาศที่นี่ชวนให้เป็นหวัดง่าย ๆ ถ้าอยู่ในที่ร่มแกจะหนาวจนต้องพึ่งเสื้อกันหนาวบาง ๆ สักตัว แต่พอออกแดดหน่อยแกก็แทบอยากเขวี้ยงเสื้อนั้นทิ้ง
ฉันเจอร้านขายโปสการ์ดร้านหนึ่ง 'มุมนักเดินทาง' ที่ปากทางเข้าที่พัก เลยแวะไปหยิบจับดู พี่เจ้าของร้านไม่ใช่คนที่นี่แต่มาอยู่ได้เป็นสิบปีแล้ว ด้วยอัธยาศัยที่ดีของพี่ทำให้เราคุยกันได้ยืดยาว และการได้พูดคุยกับใครบ้างก็คล้ายจะช่วยสลายความรู้สึกแปลกแยกในใจฉันลง
หนึ่งในโปสการ์ดที่ฉันเลือกมามีประโยคเขียนไว้ว่า
There is nothing but moment of silence you will gain here
แค่หนึ่งประโยคก็ทำให้ทุกอย่างคลี่คลาย
ฉันมาทำอะไรที่นี่
ฉันคิดนะแกว่าฉันไม่ได้คาดหวังกับการเดินทางครั้งนี้เลย ฉันคิดแบบนั้น แต่เมื่อมีคำถามที่ว่าเกิดขึ้นก็แสดงว่า จริง ๆ แล้วฉันแอบคาดหวังอะไรบางอย่างอยู่ อาจอยากให้มันเป็นเหมือนภาพที่ฉันวาดฝัน หรือให้มันเหมือนที่ไหน ๆ ที่เคยไปมา
แกเคยคาดหวังกับใครหรืออะไรบ้างไหม
ฉันว่าฉันมักจะคาดหวัง หรือวาดภาพต่าง ๆ นานาไว้ในใจเสมอทั้งโดยรู้และไม่รู้ตัว เพิ่งมาคิดได้ว่า ในการเดินทางไม่ว่าจะที่ไหน ถ้าเราอยากทำความรู้จักกับสถานที่แห่งนั้น เราก็ไม่ควรคาดหวังอะไรเลย แต่น่าจะเปิดใจให้กว้าง เพื่อจะได้เรียนรู้ตัวตน และสิ่งที่ที่นั่นเป็นมากกว่า
มันคงเหมือนกับการทำความรู้จักผู้คนล่ะมั้ง หลายครั้งความคาดหวังก็ทำให้เราเจ็บปวดและเสียใจ หลายครั้งอคติก็ทำให้เราพลาดที่จะได้รู้จักบางแง่มุมของแต่ละคน และสุดท้ายเราอาจไม่มีโอกาสได้รู้จักตัวตนของคนคนนั้นเลย
บ่ายวันนั้นฉันเลือกพักเหนื่อยจากการเดินทาง นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ร้านอาหารของเกสต์เฮาส์ สลับกับคิดอะไรเรื่อยเปื่อยและมองแม่น้ำโขงไหลเื่อื่อย ๆ อยู่ใต้แสงแดด มองรถของฝั่งลาวแล่นไปมาบนถนนเลียบแม่น้ำ กะว่าเย็น ๆ จะเดินออกไปหาอะไรกินที่ตลาด
ตอนนี้สิ่งที่ฉันอยากทำให้ได้คือเปิดใจให้กว้าง มองทุกสิ่งทุกอย่างอย่างที่เป็น
และถ้าฉันทำได้ ฉันอาจไม่คาดหวังอะไรเลยกระทั่งชั่วขณะของความเงียบสงบ
ฉันเอง
ปล.ส่งรูปมาให้ด้วย อย่าลืมดูล่ะ
.
.
.
ตอนเช้า ที่เกสเฮาส์ที่ฉันพัก
.
.
หน้าตาเมืองเชียงของ
.
.
แม่น้ำโขงในความเงียบสงบ
.
.
เรือของลาว แล่นไปไหนไม่รู้สิ
.
edit @ 16 Dec 2008 00:34:48 by ระหว่างทาง
ชีวิตรื่นรมย์
#1 By moodee on 2008-12-15 23:31