จดหมายฉบับที่ 3...เชียงของ-ห้วยทราย อะไรที่กั้นกลางระหว่างเรา
posted on 03 Jan 2009 23:58 by ohnaam in Chiangkhongแก
บ่ายโมงกว่า วันที่สองของการเดินทาง ฉันนั่งมองโปสเตอร์วันไปรษณีย์โลกสองแผ่นซึ่งแปะอยู่บนผนังอมฝุ่นเหลืองในที่ทำการไปรษณีย์ของเมืองห้วยทราย ประเทศลาว เวลาพักแบบนี้เจ้าหน้าที่คงกลับบ้านช่อง ฉันรู้อยู่แล้วแต่ในเมื่อไม่มีอะไรให้ต้องรีบเลยนั่งเรื่อยเปื่อย รอส่งโปสต์การ์ดสองใบที่เพิ่งวาดเองสด ๆ ร้อน ๆ พลางนั่งมองโปสเตอร์สองแผ่นที่ว่าบนผนัง...โปสเตอร์สีน้ำเงินเข้มรูปดวงดาว
แสงสุดท้ายที่เชียงของสวยอย่าบอกใคร...แล้วชั้นบอกแกทำไม ฮ่า ๆ ๆ
บ่ายสี่โมงกว่า ๆ ของวันแรกชั้นออกเดินอีกครั้ง กะว่าจะไปหามื้อเย็นกินในตลาด แต่เพราะบรรยากาศริมน้ำท่าทางจะดูเข้าท่าดี แทนที่จะใช้ถนนสายกลางฉันเลยลงไปเดินริมน้ำแทน ฉันชอบการสร้างทางเดินริมน้ำแทนที่จะให้เป็นถนนรถแล่นหรือพื้นที่ส่วนตัวของบ้านคนและร้านอาหารไปซะหมดแบบเดียวกับในอยุธยาบ้านของฉัน บรรยากาศดี ๆ น่าจะมีไว้แบ่งปันกันมากกว่าจริงไหม
ทางเดินเลียบแม่น้ำโขงของเชียงของไม่พลุกพล่านแต่ไม่เงียบเหงา ตลอดทางมีคนมาวิ่งออกกำลังบ้าง ปั่นจักรยานบ้าง ตั้งวงนั่งดื่มกันก็มี หรือจะเป็นวงตะกร้อก็มีให้เห็น จากถนนเลียบแม่น้ำซึ่งอยู่สูงขึ้นมานี้ยังมีบันไดให้เราเดินลงไปได้จนใกล้ชิดแม่น้ำ และนั่นเป็นสิ่งแรกที่ฉันทำเมื่อออกจากเกสต์เฮาส์...เดินลงไปให้ใกล้แม่น้ำที่สุด
ฝั่งลาวน่าหลงใหลใต้แสงแดดสีส้ม
แม่น้ำโขงตรงนั้นไม่กว้างใหญ่จนหน้ากลัว มองตรงไปเป็นฝั่งลาว เห็นบ้านเรือน วัด และรถแล่นไปมา บางจุดมีควันไฟถูกจุดขึ้น อาจเพื่อไล่ความหนาวของค่ำคืนที่กำลังจะมาถึงก็ได้ ทิวทัศน์ตรงหน้าอาบแสงอาทิตย์ใกล้ลับฟ้าสีส้มเข้มดูอบอุ่นชวนหลงใหล ฉันกดชัตเตอร์ไปหลายรูปก่อนฉุกคิดขึ้นได้ว่า ฉันถ่ายแต่ภาพฝั่งลาว ตั้งแต่มาถึง ในกล้องแทบไม่มีรูปเชียงของเลยด้วยซ้ำ
Very beautiful !
นักท่องเที่ยวสาวญี่ปุ่นคนหนึ่งพูดขึ้นกับภาพฝั่งลาวที่อยู่ตรงหน้าขณะเดินลงมาตามบันได ฉันรู้โดยสันชาตญาณว่าเธอคงไม่ได้พูดกับใครอื่นแน่จึงตอบรับ แต่วูบหนึ่งในใจก็รู้สึกน้อยใจแทนเชียงของ นอกจากเป็นเมืองผ่านของการเดินทาง ยังเป็นเมืองผ่านให้คนส่งความรู้สึกดี ๆ ถึงที่อื่น ๆ อีก วันนั้นฉันเลยคิดว่าน่าจะข้ามไปฝั่งลาวดู
ฉันอยากจะมองมายัง ‘แผ่นดินของเรา’ บ้าง
สายวันที่สองเมื่อเช็กว่าพาสปอร์ตอยู่ในกระเป๋าเรียบร้อยฉันก็ออกเดินยาวอีกครั้งไปยังท่าเรือบั๊ก เจ้าหน้าที่ตม.ไทยดูใจดี ตรวจพาสปอร์ตไปก็ยิ้มไป เขาถามฉันพอเป็นพิธีว่าจะไปไหน ฉันก็ตอบไปพอเป็นพิธีว่า “ไปเดินเล่นค่ะ เดี๋ยวก็กลับ” อืม... มาคิดดูตอนนี้ ฉันว่ามันเป็นคำตอบที่ฟังน่าหมั่นไส้ดีพิลึก
ฉันเดินมึนงงตามเรื่องไปลงเรือซึ่งไม่ได้มีท่าให้ลงเป็นกิจจะลักษณะอะไร มีแค่เต็นท์หลังหนึ่งตั้งบนลานดินไว้เก็บค่าโดยสารคนล่ะสามสิบบาท เลยลงไปเป็นเรือหางยาวจอดเรียงรายรอรับผู้โดยสาร เวลาสายโด่งแบบนี้ไม่ค่อยมีใคร ผู้โดยสารไม่ทันเต็มลำเรือก็ออกแล้ว
เป็นครั้งแรกนะที่ฉันเดินทางไปประเทศอื่นโดยเรือ ถึงจะเป็นเรือข้ามฟากลำน้ำที่ไม่ได้กว้างใหญ่ก็เถอะ แต่การเดินทางไปบนสายน้ำที่เรามองเห็นขอบเขตของทั้งสองดินแดนได้ ก็ทำให้ฉันรู้สึกขึ้นมาระหว่างล่องเรือว่า มันแปลกดีที่แม่น้ำแค่สายเดียวแบ่งแยกคนออกเป็นสองฝั่ง ทำให้คนแตกต่างกันได้ ฝั่งนี้แผ่นดินฉัน ฝั่งนั้นแผ่นดินเธอ
ดูเหมือนว่าเมืองห้วยทรายของฝั่งลาวจะเป็นเมืองผ่านไม่ต่างจากเชียงของ ผู้คนส่วนใหญ่พอขึ้นจากเรือได้ก็จะหารถเดินทางต่อไปยังเมืองอื่น ๆ ในบรรดาชาวต่างชาติแทบจะมีฉันคนเดียวที่เดินดุ่ย ๆ กลางแดดเปรี้ยงริมถนน เดินไปจนถึงทางแยกแล้วก็เดินกลับ ...เมืองธรรมดา ผู้คนธรรมดา อีกครั้ง
ถนนเลียบแม่น้ำโขงที่เมืองห้วยทราย แกว่าถนนกับแม่น้ำ อะไรกันแน่ที่คดเดี้ยว
สุดท้ายฉันมาฝากท้องไว้ที่ร้านอาหารใกล้ท่าเรือ นั่งมอง 'แผ่นดินของเรา' พลางวาดโปสต์การ์ดรูปเรือที่แล่นไปมาในแม่น้ำ เรือที่นี่จะปักธงไว้ เรือลาวปักธงลาว เรือไทยปักธงไทย แต่จนถึงตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้ว่าเขาแบ่งการรับส่งผู้โดยสารกันยังไง จำไม่ได้กระทั่งว่า เรือที่ฉันนั่งปักธงชาติไหนกัน แต่ที่แน่ ๆ ฉันไม่เห็นว่ามีการแบ่งผู้โดยสาร ไทย ลาว หรือชาติไหน ๆ เราทุกคนต่างก็ ‘ลงเรือลำเดียวกัน’
เรือลาวปักธงลาว
เรือไทยปักธงไทย
แผ่นดินของเราที่ฉันมองจากฝั่งลาวดูเงียบสงบดี มีภูเขา มีบ้านเรือนหลังเล็ก มีต้นไม้ แต่ไม่มีแสงสีส้มอาบให้สวยงามหรอก ก็ตอนนั้นมันเที่ยงนี่ เพราะอาทิตย์ตรงหัวเลยให้แสงสว่างจ้าทั่วถึง
ฉันมองลงไปที่แม่น้ำ เรือข้ามฟากแล่นไปมา เรือไทยปักธงไทย เรือลาวปักธงลาว แต่คนขับเรือไม่ปักธงบอกสัญชาติหรอกนะแก ตั้งแต่ซื้อตั๋วจนลงเรือจนมาถึงอีกฝั่ง ฉันไม่รู้หรอกใครไทยใครลาว คนขับเรือเองพอถึงฝั่งก็พูดคุยกับคนโน้นคนนี้ของทั้งสองฝั่ง
คนขับเรือไม่มีธง
บางทีความรักแบบผิด ๆ ถูก ๆ ก็มาพร้อมอคติมากมาย ตอนนี้ฉันนึกไปถึงคนญี่ปุ่นคนนั้น คำชมของเธอมีให้กับภาพตรงหน้า ไม่ได้คิดแบ่งแยกว่านั่นลาวนี่ไทย คนไทยลาวจากทั้งสองฝั่งก็ไปมาหาสู่กันมาแต่ไหนแต่ไร ผู้โดยสารบางคนคุยกับคนเรือด้วยความสนิทสนม บ้านเธออยู่ลาว แต่แม่เธอเป็นไทย เป็นฉันเองแหละที่เกิดอาการรักชาติเป็นพิษ อยู่ ๆ ก็นึกอิจฉาบ้าบอนึกน้อยใจบ้าบวมขึ้นมาเอง ใครจะเพี้ยนได้เท่าฉันอีกล่ะแก
เอาเข้าจริงฉันว่าแม่น้ำแบ่งแยกคนไม่ได้หรอกนะ เพราะขนาดไม่มีพรมแดนอะไร เรายังอุตส่าห์สร้างกำแพงหนามากีดกั้นกันเองเลย สุดท้ายกำแพงยิ่งใหญ่สุดก็อยู่ที่ใจเรานี้เองแหละ แกว่าไหม
ฉันจัดการกับมื้อเที่ยง...ข้าวราดหน้าไก่...เสร็จก็ออกเดินไปไปรษณีย์ เจ้าหน้าที่มาเอาเมื่อราวบ่ายโมงครึ่ง จัดการติดแสตมป์และประทับตราแขวงบ่แก้วให้บนโปสต์การ์ดเล็ก ๆ สองใบของฉัน ความจริงฉันอยากลองขอโปสเตอร์ที่แปะในไปรษณีย์นั่นมาเหมือนกัน ติดที่ปากหนักเลยได้แต่ถ่ายรูปเก็บไว้
โปสเตอร์สีน้ำเงินเข้มมีรูปดวงดาว ดาวแต่ละดวงทั้งเล็กและใหญ่มีเส้นสายเชื่อมโยงถึงกัน บนโปสเตอร์เวอร์ชั่นภาษาลาวมีข้อความเขียนไว้ว่า
‘จงอยู่ร่วมสัมพันธ์กัน’
ฉันชอบจัง
หน้าตาโปสเตอร์ที่ฉันว่า
แล้วจะเขียนมาเล่าใหม่นะ
ฉันเอง
edit @ 4 Jan 2009 00:55:33 by ระหว่างทาง

นอนดึกเหมือนกันเลย ฝันดีนะคะ คุณน้ำ
#1 By ~ N ~ on 2009-01-04 01:00