หนังสือจุดฝัน
posted on 21 Aug 2009 22:26 by ohnaam in book
.
.
.
บ่อย ๆ ที่เราหลง ๆ ลืม ๆ
ลืมฝัน
หรือลืมว่าเคยฝัน
เราชอบการบันทึก
เคยบันทึกไว้ว่า
อยากบันทึกทุกความคิดความรู้สึก
ไม่ว่าจะดีร้ายหรืองี่เง่าแค่ไหน
อย่างน้อยเมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง
เราจะไม่ลืมตัวตน
จะไม่ลืมว่าเคยฝัน
.
หนังสือสองเล่มนี้เหมือนกัน
ไม่ใช่แค่เพราะมาจากค่ายเดียวกัน
a book
แต่เพราะมีลักษณะเหมือนบันทึก
และที่สำคัญคือ
เป็นชนวนจุดไฟฝันชั้นดี
.
ฝันแรก : vespa diary บันทึกโดย เฮ้า
.
.
.
โปรยปกไว้ว่า
การเดินทางเดียวดาย
ของผู้ชายคนหนึ่ง
กับเวสป้าคันหนึ่ง
.
ฉันเป็นผู้หญิง
ถึงจะเคยเดินทางเดียวดาย
แต่ก็ไม่ใช่ด้วยเวสป้า
เพราะไม่มีเวสป้า
และเพราะฉันขับขี่เป็นแต่จักรยาน
แต่นั่นแหละ
มันเป็นความฝัน
.
หนังสือเขียนได้อ่านง่ายมาก
เพราะเป็นบันทึกจริง ๆ
บันทึกการเดินทางจากกทม.ไประนอง และขากลับจากระนองมากทม.
ทั้งหมดหกวันบนหลังรถเวสป้า
.
อ่านปื้ด ๆ แว่บเดียวจบ
แต่ก็ชวนให้นำไปปฏิบัติตาม
อ่านแล้วชอบคนเขียนเลย ชิลดี
หลาย ๆ ทีเราก็อยากทำอะไร ๆ แบบนั้น
ประเภทเจอบ้านร้างสวย ๆ ริมทางแล้วจอดรถแวะเข้าไปนั่งเขียนบันทึก
บางครั้งนึกคึกก็กล้า
แต่ส่วนใหญ่จะแคร์สายตาคนอื่นมากจนเกินไปมากกว่า
ชอบหลายอย่างที่เค้าคิดและเขียนออกมา
มันจริงใจดี
เป็นหนังสือประเภทอ่านสบาย ๆ แต่กินใจ
ตอนที่ชอบ อย่างตอนขากลับที่ขับรถผ่านถนนที่เคยมานั่งกินข้าว
เขียนไว้ว่า
.
...ก็อย่างที่บอก...ผมชอบอารมณ์ตอนได้กลับมายืนที่เดิมที่เคยมา เพราะฉะนั้น พอมาเจอน้องไก่กับพี่หอมหวลกำลังตั้งร้านอยู่ร่วมกับรถเข็น 'ปะยาง' และผัดไท-หอยทอดคันอื่น ๆ ผมเลยรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเฉย ๆ ผมรู้ด้วยว่าถ้าวันหนึ่งข้างหน้า ผมมีโอกาสกลับไปเดินบนถนนผัดไท-หอยทอดอีกครั้ง ใครบางฅนอาจคิดว่าว่าผมบ้าตอนเห็นผมยืนยิ้มอยู่ตรงหัวถนน หรือหน้าอุโมงค์ทางเข้าห้องเช่าของผม พวกเขาคงไม่รู้หรอกว่ามันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน...
.
เพราะบ่อย ๆ เราก็รู้สึกแบบเดียวกัน
.
.
.
ฝันสอง : Santiniketan อินเดียใต้ต้นไม้ โดย 'ศราดีดี้
.
.
.
เล่มนี้เป็นเรื่องเล่าของสาวไทยที่ไปเรียนอยู่ที่ศานตินิเกตัน มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดย
รพินทรนาถ ฐากูร
เรื่องไม่ได้เล่าถึงเฉพาะชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย
เพราะมหาวิทยาลัยนี้ไม่มีรั้ว แต่ละคณะอยู่ร่วม เป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน
ในชุมชนมีร้านค้า มีบ้านคน
มีโรงเรียนอนุบาลที่เด็ก ๆ นั่งเรียนบนลานใต้ต้นไม้
และครูสอนให้มองดอกไม้และฟังเสียงนก
โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน ชาวบ้าน
ทุกคนเติบโต เรียนรู้ ไปด้วยกัน
.
อ่านแล้วอยากไปอินเดีย
ไปเรียนที่นั่น
อ่านแล้วอยากกลับไปสอนหนังสือเด็ก ๆ อีกครั้งเหมือนตอนออกค่ายสมัยเรียน
อ่านแล้วอยากมองฟ้าให้มาก ๆ ขึ้น
อ่านแล้วอยากปลูกต้นไม้
อ่านแล้วอยากใช้ชีวิต
.
เมื่อตกหลุมรัก
ท้องฟ้าและแสงแดด
เธอจงปลูกต้นไม้
.
เมื่อตกหลุกรัก
สายธารและทะเล
เธอจงปลูกต้นไม้
.
ท้องฟ้า แสงแดด สายธาร ทะเล
จะโอบอุ้มความรัก
ไว้ในต้นไม้ของเธอ*
.
ชอบชื่อตอนตอนหนึ่งมาก
เมื่อไหร่คุณจะรักท้องฟ้า ?
.
.
(*บางตอนจากหนังสือ)

ช่วงนี้อ่านแต่หนังสือสำหรับเรื่องเรียน เรื่องทำวิจัย
แต่กระนั้น กระนั้นก็แอบเอาหนังสือเล่มเล็กเล่มน้อยซุกกลับมาจากห้องสมุดสองสามเล่ม
คือจะถือมาเปิดเผยก็อายฟ้าดินเพราะยังทำงานไม่เสร็จ
อ่ะ แต่มันก็งวดแล้ว ใกล้จะได้เขียนโนเขียนนี่แล้วค่ะ
หนังสือที่อ่านจบไปเป็นประวัติเพลงเก่าๆหลายๆแบบ
ทั้งเพลงจากปลายปากกาของไพบูลย์ บุตรขัน สง่า อารัมภีร์
อ่านไปซึ้งไป
ไว้จะเล่าเป็นจดหมายรักให้ฟัง
ต้องไปทำงานก่อนแล้วจ้า
คิดถึง
#1 By จดหมายถึงหนูนุ่น on 2009-08-22 03:04