จดหมายฉบับที่ 4...ข้าวซอยฮ่อกับแอ๊บหมู
posted on 26 Apr 2009 16:59 by ohnaam in Chiangkhongแก
ขอโทษนะ ฉันเงียบหายไปนานทีเดียว จะบอกว่างานยุ่งก็ฟังเหมือนข้ออ้าง แต่ก็ยุ่งจริงแหละ และขณะนี้ก็อู้งานมาเขียนจดหมายถึงแก
เรื่องราวเชียงของที่เล่าสู่แกฟังยังไปไม่ถึงไหน ความทรงจำฉันก็เริ่มรางเลือน สี่เดือนแล้วจากวันเดินทาง ฉันเริ่มเขียนจดหมายฉบับนี้ถึงแก พร้อมหลับตา นึกภาพบรรยากาศและหลายสิ่งหลายอย่างเวลานั้น เอาล่ะนะ ฉันจะเริ่มเล่าต่อ หวังว่าแกจะไม่เบื่อซะก่อน
ดูจั่วหัวจดหมายฉบับนี้ แกคงพอเดาได้ว่าฉันต้องพูดเรื่องของกินแหง ๆ
ข้าวซอยฮ่อกับแอ๊บหมู
แต่ฉันเชื่อว่าแกแค่พอเดาได้ว่าคืออาหาร แต่นึกไม่ออกแน่นอนว่ามันเป็นยังไง ฉันเองก็ไม่เคยรู้จักเจ้าสองอย่างนี้มาก่อนเหมือนกัน
ข้าวซอยฮ่อเป็นอาหารที่พี่เจ้าของเกสเฮาส์ที่ฉันพักแนะนำตั้งแต่ฉันเพิ่งเดินทางไปถึง ตอนนั้นฉันดูแผนที่เมืองบนกระดาษใบเล็ก พี่เอาปากกามาวาดตำแหน่งร้านเพิ่มให้คร่าว ๆ แต่พิกัดร้านข้าวซอยฮ่อเจ้าอร่อยอยู่บนถนนสายเล็กแยกออกไปจากถนนสายกลาง ตอนนั้นฉันเลยไม่สนใจเท่าไหร่ เพราะไม่แน่ใจว่าสองเท้าจะพาร่างไปได้ไกลแค่ไหน
เย็นวันแรกที่ฉันไป ได้ข่าวว่ามีตลาดนัดพอดี ฉันเลยตั้งใจฝากท้องไว้ที่นั่น แต่จนแล้วจนรอด เดินเข้าซอกออกซอยก็ยังหาไม่เจอว่าตลาดนัดที่ว่าอยู่ตรงไหน พระอาทิตย์คล้อยดวงลงทุกที สุดท้ายฟ้าสีส้มก็เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน และท้องของฉันก็เริ่มประท้วง
ฉันเลิกหาตลาดนัดแล้วเดินย้อนกลับที่พักบนถนนสายกลาง ถนนหลักของเมือง ร้านรวงเริ่มชักประตูเหล็กปิดกันเงียบเชียบ เหลือเพียงแสงสว่างสีเหลืองของไฟถนน
ร้านอาหารในเชียงของนอกจากร้านชาวบ้านทั่วไป ร้านตามโรงแรมหรือเกสเฮาส์ ยังมีร้านอาหารต่างชาติ เป็นร้านขนาดเล็กขายอาหารอย่างเม็กซิโก ถ้าจำไม่ผิดร้านอาหารอินเดียก็มี แล้วก็อาหารที่เราคุ้นกันดีจำพวกแซนด์วิช บางร้านเป็นบรรยากาศกึ่งผับ คงเพราะแต่ไหนแต่ไร นักท่องเที่ยวในเชียงของส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติที่ผ่านทางมา แวะพัก ก่อนข้ามฟากไปลาวเพื่อเดินทางสู่จุดหมายอื่น ๆ ต่อ
ร้านอาหารที่ยังเปิดอยู่ในช่วงหัวค่ำของวันนั้นมีแต่ร้านจำพวกนี้ กับร้านตามที่พัก (ฉันเพิ่งถึงบางอ้อในตอนหลังว่าที่ร้านอาหารปิดกันเงียบเชียบและไม่มีตลาดนัดเพราะที่เทศบาลมีงาน หลายเจ้าเลยไปออกร้านที่นั่น) แต่อย่างที่แกรู้ ฉันดูเหมือนจะไม่เรื่องมาก แต่กับบางเรื่องก็เรื่องมากอย่างไม่น่าเชื่อ ถ้าไม่ลำบากเกินไปหรือทำให้ใครลำบากด้วย ฉันชอบเข้าร้านที่ชาวบ้านทั่วไปกินกันมากกว่า ถือคติว่าในเมื่อดั้นด้นพาตัวเองออกจากโลกใบเดิมแล้ว ก็ไม่น่าบรรทุก ‘ตัวกูของกู’ เอาไว้มากเกิน ฉันยังเชื่อว่าสิ่งดีที่สุดที่การเดินทางมอบให้เรา คือโอกาสในการทำความรู้จักโลกใบอื่น ๆ แต่จะคว้าโอกาสนั้นไว้ได้แค่ไหน ก็ขึ้นอยู่กับตัวคนเดินทางเองแล้วล่ะ
สุดท้ายวันนั้นฉันแวะร้านริมทางร้านหนึ่ง จะเรียกว่าร้านคงไม่ถูกเท่าไหร่ ความจริงเป็นโต๊ะขายอาหาร ความเป็นเมืองเล็กของเชียงของ เอื้อให้ครอบครัวริมถนนสายหลักซึ่งยังคงเป็นถนนสายเล็กรถไม่พลุกพล่าน ยกโต๊ะออกมาวางหน้าบ้าน ขายอาหารทำเองเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้ลูกค้าซื้อกลับไปกิน โต๊ะขายอาหารทำนองนี้มีเป็นหย่อม ๆ กระจัดกระจาย ซึ่งฉันว่ามันให้บรรยากาศสบาย ๆ ที่น่ารักดีเหมือนกัน
หนึ่งในโต๊ะขายอาหารที่ฉันว่า
วันนั้นฉันได้ข้าวเหนียวไก่ย่างจากโต๊ะขายอาหารไม่ไกลจากเกสเฮาส์ ซื้ออยู่ก็เหลือบไปเห็นของกินน่าสนใจ ดูจากรูปลักษณ์คล้ายห่อหมกย่างแถวบ้านเลยถามดู เจ้าสิ่งนั้นเรียกว่าแอ๊บหมู (ซึ่งดูไม่แอ๊บแบ๊ว) ฉันเองก็ไม่เข้าใจความหมาย และก็ดันปากหนักไม่ถาม จะกินได้ไม่ได้ก็ไม่รู้อีก แต่สุดท้ายมันก็กลายเป็นอาหารถูกปากนะ
แอ๊บหมูทำจากหมู (ชื่อก็บอกอยู่แล้ว) ห่อใบตองแล้วเอาไปย่าง แกะห่อออกมาหน้าตาคล้ายแหนมปลา ใส่ส่วนผสมอะไรบ้างก็ไม่รู้ สรุปคือฉันไม่รู้ซักอย่าง แต่รสชาติใกล้เคียงไส้อั่วมาก ๆ เพียงแต่ไม่มีหนังหุ้มข้างนอก ไม่มันและไม่เลี่ยนเท่า เชื่อว่าถ้าแกได้ลองน่าจะชอบ ฉันชอบถึงขนาดกลับไปอุดหนุนอีกในมื้อเย็นของวันถัดไป
ข้าวซอยฮ่อไม่อยู่ในใจฉันเท่าไหร่ จนเมื่อเช้าวันที่สองเดินทางมาถึง
เวลาไปเที่ยวฉันชอบอดตาหลับขับตานอน ตื่นแต่เช้าออกไปเดินตลาด ของกินง่าย ๆ ราคาถูกหาได้ที่ตลาด เหมือน ๆ กับที่ตัวตนแท้จริงของเมืองนั้น ๆ ก็มักจะอยู่บนแผงขายของในตลาดนี่แหละ
ก่อนเดินทางอ่านเจอมาว่าเชียงของมีทั้งตลาดเช้า และตลาดสายซึ่งเลยไปถึงเย็น พอมาถึงก็ยังได้รู้ว่ามีตลาดนัดกับตลาดกลางคืนด้วย ฉันพลาดตลาดนัดไปแล้ว ส่วนตลาดกลางคืนนี่ไม่ต้องพูดถึง เพราะไม่ได้มีทุกวัน และฉันดันไปวันที่ไม่มี แถมยังต้องทำใจพลาดตลาดเช้า เพราะตลาดเช้าที่นี่เปิดกันตั้งแต่ตีหนึ่งตีสอง อ่านเจอมาว่าขายแบบขายส่ง พวกผัก ของป่า ฯลฯ ไว้ให้ร้านค้าซื้อไปทำอาหารมากกว่า ฉันเลยเล็งตลาดสาย แต่คราวนี้สายของฉันกลับสายกว่าตลาด สายจริง ๆ เพราะทนอากาศหนาวเยือกไม่ไหว แถมตลาดยังอยู่ไกล ห่างจากที่พักของฉันเกือบสองกิโล คนมันก็ท้อใจกันบ้าง
ตลาดเชียงของตอนสาย ๆ
แต่ฉันก็พาตัวเองมาถึงตลาดจนได้ล่ะน่า ฉันตั้งใจมาฝากท้องที่นี่ แต่คงเพราะมาสาย ถึงตลาดจะมีทั้งวัน แต่ตอนฉันไปถึงเชื่อว่าเป็นสภาพตอนตลาดซบเซาแล้ว ตลาดเล็ก ๆ มีแม่ค้าขายผักขายเนื้อ ริมถนนมีชาวเขาขายผักผลไม้บ้าง แต่ที่ฉันต้องการคือกาแฟ ปาท่องโก๋ หรือโจ๊กซักถ้วย ซึ่งที่ว่ามานั้นไม่มีซักอย่าง ยังโชคดีที่ในตลาดมีร้านอาหารเล็ก ๆ แปะป้ายว่าข้าวซอย ฉันเลยได้ทีสั่งข้าวซอยฮ่อมากิน
หน้าตาข้าวซอยฮ่อในตลาด
นั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวยาว ลงมือกินข้าวซอยฮ่อ ฉันเริ่มเข้าใจว่า ในเชียงของถ้าขึ้นป้ายว่าข้าวซอย หรือสั่งว่าข้าวซอย ก็จะหมายถึงข้าวซอยฮ่อไว้ก่อน หลังจากได้ลิ้มรสข้าวซอยฮ่อเป็นมื้อเช้า ฉันกลับมาเล่าให้พี่ที่เกสเฮาส์ฟัง ซึ่งได้คำตอบว่า ให้ไปกินเจ้าที่พี่เคยบอกไว้ซะ อร่อยกว่ากันเยอะ
และก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ
วันสุดท้ายในเชียงของฉันหาเวลามากินข้าวซอยฮ่อร้านนั้นจนได้ เดินทะลุซอยเล็กออกมาห่างไกลส่วนที่เป็นเมืองหน่อย ละแวกนั้นส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนเงียบสงบ ร้านก็ตั้งอยู่กลมกลืนกับบ้านอื่น ๆ ไม่มีป้ายชื่อ ประเภทที่ถ้าไม่มีคนบอกก็ไม่รู้เลยว่ามีร้านนี้อยู่ และเป็นเจ้าอร่อย
ข้าวซอยฮ่อเป็นอาหารของชาวไทยลื้อ ชนพื้นเมืองในเชียงของ (ไว้ฉันจะเล่าให้แกฟังอีกที) หน้าตาอาหารจาน (ชาม) นี้เหมือนก๋วยเตี๋ยว ขนาดเส้นอยู่กึ่งกลางระหว่างเส้นเล็กกับเส้นใหญ่ อยู่ในน้ำใส ๆ แต่โปะหน้าด้วยเครื่องซึ่งหน้าตาและรสชาติเหมือนน้ำพริกอ่อง ร้านนี้จะมีผักอื่น ๆ มาแกล้มให้ด้วย เป็นถั่ว(อะไรซักอย่าง) หรือพวกยอดมะระ ตามแต่ว่าฤดูนั้นมีผักอะไรบ้าง อร่อยกว่าเจ้าในตลาดตรงที่เครื่องเข้มข้นและสดใหม่กว่า เห็นว่าคนที่นั่นบางคนติดถึงกับต้องซื้อเครื่องเอาไปกินเวลาไปต่างจังหวัด
ข้าวซอยฮ่อเจ้าอร่อย
ถ้าดูรูปแกจะเห็นชัดเจนว่า ข้าวซอยที่เชียงของต่างจากที่เราเห็นทั่วไปที่เส้นจะเป็นเหมือนเส้นบะหมี่แบน ๆ พี่เจ้าของเกสเฮาส์คนเดิมบอกฉันระหว่างที่เราคุยกันยาวนานช่วงค่ำสุดท้ายของฉันในเชียงของ ว่าคำว่าข้าวซอยมีที่มาจากว่า เมื่อก่อนเส้นทำมาจากข้าว พอทำเป็นแผ่นปุ๊บก็เอามาซอยจนกลายเป็นเส้น เป็นข้าวที่เอามาซอยน่ะ
ความจริงเชียงของยังมีร้านข้าวซอยน้ำเงี้ยวเจ้าอร่อย แต่ฉันรู้ช้าไปเลยอดลอง ทั้ง ๆ ที่ได้ฟังคำโฆษณาว่าอร่อยแบบต้องขอดก้นหม้อขายกันเลยทีเดียว แต่เอาไว้แกกับฉันได้ร่วมทางกันอีกเมื่อไหร่ เราค่อยไปเดินหาร้านนี้ดูแล้วกัน
ส่วนข้าวซอยฮ่อกับแอ๊บหมูที่ว่า ไว้ฉันจะพาไปกิน แต่ถ้าแกไม่ได้ไปพร้อมฉัน ไว้ไปถามชาวบ้านแถวนั้นดูแล้วกัน เชียงของเมืองไม่ใหญ่ไม่โต ถามทางเอาถือเป็นการผูกมิตร แถมฉันว่าเดินหลงบ้าง หาทางไปเองบ้างก็ได้รสชาติการเดินทางดีนะ
เป็นจดหมายฉบับของกินที่เขียนเอาตอนเที่ยงซึ่งท้องฉันยังว่างเปล่า ตอนนี้มันเริ่มร้องจ้อก ๆ หน้าร้อนแบบนี้ฉันเพิ่งค้นพบว่าข้าวเหนียวมะม่วงเจ้าป้าริมทางแถวบ้านอร่อยมาก แต่ฉันเพิ่งกินเป็นมื้อเช้า (มีใครทำกันมั่ง) เดี๋ยวต้องไปเตร็ดเตร่หาของกินก่อน จะกินอะไรดีนะ ช่วงนี้ยังไม่ได้ไปเชียงของ เดินหาของกินอร่อย ๆ ที่แอบอยู่แถวบ้านไปก่อนแล้วกัน ไปละ
ฉัน(เพื่อนผู้หิวโหยของแก)เอง




