Diary

คืนดาวตก

posted on 18 Nov 2009 16:48 by ohnaam  in Diary

......................................................................................................

 

คิด ๆ

คิดมาตั้งแต่ปีก่อนตอนพระจันทร์ยิ้ม ตอนวันพระจันทร์ใกล้โลก มองเห็นได้ดวงโต ๆ

คิดว่านี่อาจเป็นกุศโลบายของใคร ที่อยากให้เราเลิกหมกมุ่นแต่กับเรื่องวุ่น ๆ ประสามนุษย์ และ

แหงนมองฟ้าบ้าง

18 พฤศจิกา ลางาน

ค่ำวันที่ 17 นั่งรถออกจากรุงเทพฯ กลับบ้านอยุธยา

หนึ่งคือเพื่อผลาญวันลาพักร้อนที่มีอยู่ให้หมด

สองคือเผื่อจะได้เห็นฝนดาวตกลีโอนิดส์

.

อยุธยาหนาวแล้ว

ราวเที่ยงคืนออกมายืนที่สนามหญ้าหน้าบ้าน

ลมพัดแรง แหงนมองฟ้าเห็นดาวรางเลือน

คืนเมฆมากอีกคืนหนึ่ง

ฟ้าสีไม่ดำจัด ออกเรื่อแดงเหมือนมีไฟเมืองส่อง

.

ตอนเย็นน้องซึ่งมาจากกรุงเทพฯ เหมือนกันถามว่าจะได้เห็นฝนดาวตกไหม

เราว่าไม่รู้สิ จะรู้ได้ไง เห็นก็ดี ไม่เห็นก็ไม่เป็นไร

.

กลับเข้าบ้าน นอนเก็บแรง ตั้งนาฬิกาปลุกตี 4 เค้าว่าตี 4 กว่าถึงตี 5 มีดาวตกหนาแน่นสุด

ยังไม่ตีสี่ดีน้องก็มาปลุกแล้ว ออกมาหน้าบ้าน

มองฟ้าดูลาดเลา

ยิ่งกว่าเมื่อหัวค่ำอีก เมฆสีอมแดงลอยเต็มฟ้า

เห็นดาวเป็นบางครั้ง ดวงสองดวงผ่านช่องว่างของเมฆก่อนลับหายเมื่อเมฆลอยเคลื่อน

.

ฟ้าสอนว่าอย่าตั้งความหวัง ความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

และมนุษย์ไม่ได้ยิ่งใหญ่จนควบคุมทุกอย่างได้ดังใจ

.

ลมหนาวพัดแรง ฉันยกเก้าอี้จากบ้านออกมาตั้ง แล้วนั่งมองฟ้าหนาเมฆ

ลมแรงพัดเมฆเคลื่อนตัว

อาจพัดดาวให้ตกลงมาบ้าง

.

ฟ้าสอนว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอน

.

เมฆลอยเคลื่อนไม่หยุดนิ่ง

ห่มคลุมแน่นแล้วแหวกช่องน้อย

สักพักก็ไหลไปรวมกันอยู่รอบ ๆ ตรงขอบฟ้า

ฟ้าไม่ดำจัด แต่เปิดช่องว่างตรงกลางให้เรามองเห็นดาวแล้ว

ดาวไถและดาวเต่าเคลื่อนที่ ย้ายไปในตำแหน่งต่างจากหัวค่ำ

น้องสาวยกเก้าอี้ตามออกมานั่งด้วย

เล็งทำเล หาที่มองดาวเห็น

พอเราเงียบเสียงคุย

ดาวก็ลากเส้นยาวบนฟ้า

.

น้องพอใจที่ดาวตกดวงเดียวนั้น

ลากเก้าอี้กลับเข้าบ้านนอน 

ส่วนฉันยังคงนั่งต่อ มองเมฆลอยไปเรื่อย ๆ

มองฟ้าเปลี่ยนแปลง

นึกครึ้มใจอยากนั่งจนเช้าเหมือนกัน

แต่ทนหนาวไม่ไหว 

.

เก็บดาวตกได้เจ็ดดวง จากเวลาตี 4 ถึงตี 5 กว่า

บางดวงอ่อนจาง บางดวงสว่าง บ้างลากแสงยาว บ้างก็วูบผ่านเพียงสั้น ๆ

เจ็ดดวงไม่มาก

แต่จะมีสักกี่หนที่เราลากเก้าอี้ออกมาอาบลมหนาว แหงนมองฟ้า เมฆ ดวงดาว ตอนตีสี่

.

เป็นกุศโลบายของใครกันอีกนะ

 

 

 

 

ชีวิต

posted on 09 Aug 2009 22:04 by ohnaam  in Diary

.

.

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

.

ฉันคิดประโยคนี้ขึ้นมาอีกครั้ง เป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้

.

เสียงกระดิ่งลมตรงชายคาบ้านยังดังอยู่ ดังตั้งแต่เช้า ลมสะกิดนิดหน่อยก็ไหวตาม

บางครั้งเราก็เป็นแบบนั้น

เพียงแต่น้อยครั้ง ที่ใจกายอ่อนไหวไปกับอะไรแล้วให้ผลลัพธ์น่าพิสมัยเหมือนเสียงกระดิ่งลม ส่วนใหญ่ก็มักล้มระเนระนาด ไม่มีผลเป็นรูปธรรม แต่ทุกอย่างก็ล้มครืนลงมาแล้วในใจเราเอง

.

เราคนเดียวเท่านั้นเองที่รู้ว่าทุกอย่างมันหักพังแล้ว แต่ยังมืดแปดด้านว่าจะกอบโกยมันขึ้นมายังไง

ปล่อยซากไว้รกร้าง ซักวันคงถูกซากใหม่ทับถม พอกพูน

ไม่รู้เหมือนกันว่าพื้นที่ในใจมีที่ไว้บรรจุซากปรักหักพังพวกนี้ซักเท่าไหร่

.

ซากของจิตวิญญาณ พลังใจ ความเชื่อมั่น และศรัทธา

ในทุกสิ่งทุกอย่าง

ชีวิต ความรัก ผู้คน

.

.

.

.

(นี่คือสิ่งที่มาพร้อมการเติบโตงั้นหรือ)

ความคุ้นเคย

posted on 29 Jul 2009 23:34 by ohnaam  in Diary

 .

.

.

.

ขณะที่คนไทยกำลังเห่อลูกหมีแพนด้า

ชาวออสเตรเลียก็กำลังเห่อลูกช้างไทย

เพิ่งรู้ว่ามีการประกวดตั้งชื่อไม่ต่างกัน

ได้ชื่อว่า

ลูกชาย

.

ลูกช้าง ลูกชาย ที่เห็นผ่านหน้าจอโทรทัศน์ดูน่ารัก

ต้องให้ไปอยู่แปลกที่แปลกถิ่น

ต้องให้มีคนเห็นความสำคัญทำให้โดดเด่นขึ้นมา

เราถึงจะได้ตั้งใจมอง

ถึงได้เห็นความน่ารักของมัน

.

ดูเหมือนใคร ๆ ต่างก็หลงใหลสิ่งแปลกใหม่ไกลตัว

สิ่งที่เคยมีอยู่

เป็นความคุ้นเคย

ถ้าขาดการดูแล สักวันหนึ่งก็อาจห่างหายไป

อยู่ไกลตัวได้เหมือนกัน

.

.