book

หนังสือจุดฝัน

posted on 21 Aug 2009 22:26 by ohnaam  in book
.
.
.
บ่อย ๆ ที่เราหลง ๆ ลืม ๆ
ลืมฝัน
หรือลืมว่าเคยฝัน
เราชอบการบันทึก
เคยบันทึกไว้ว่า
อยากบันทึกทุกความคิดความรู้สึก
ไม่ว่าจะดีร้ายหรืองี่เง่าแค่ไหน
อย่างน้อยเมื่อกลับมาอ่านอีกครั้ง
เราจะไม่ลืมตัวตน
จะไม่ลืมว่าเคยฝัน
.
หนังสือสองเล่มนี้เหมือนกัน
ไม่ใช่แค่เพราะมาจากค่ายเดียวกัน
a book
แต่เพราะมีลักษณะเหมือนบันทึก
และที่สำคัญคือ
เป็นชนวนจุดไฟฝันชั้นดี
.
ฝันแรก : vespa diary บันทึกโดย เฮ้า
.
.
.
โปรยปกไว้ว่า
การเดินทางเดียวดาย
ของผู้ชายคนหนึ่ง
กับเวสป้าคันหนึ่ง
.
ฉันเป็นผู้หญิง
ถึงจะเคยเดินทางเดียวดาย
แต่ก็ไม่ใช่ด้วยเวสป้า
เพราะไม่มีเวสป้า
และเพราะฉันขับขี่เป็นแต่จักรยาน
แต่นั่นแหละ
มันเป็นความฝัน
.
หนังสือเขียนได้อ่านง่ายมาก
เพราะเป็นบันทึกจริง ๆ
บันทึกการเดินทางจากกทม.ไประนอง และขากลับจากระนองมากทม.
ทั้งหมดหกวันบนหลังรถเวสป้า
.
อ่านปื้ด ๆ แว่บเดียวจบ
แต่ก็ชวนให้นำไปปฏิบัติตาม
อ่านแล้วชอบคนเขียนเลย ชิลดี
หลาย ๆ ทีเราก็อยากทำอะไร ๆ แบบนั้น
ประเภทเจอบ้านร้างสวย ๆ ริมทางแล้วจอดรถแวะเข้าไปนั่งเขียนบันทึก
บางครั้งนึกคึกก็กล้า
แต่ส่วนใหญ่จะแคร์สายตาคนอื่นมากจนเกินไปมากกว่า
ชอบหลายอย่างที่เค้าคิดและเขียนออกมา
มันจริงใจดี
เป็นหนังสือประเภทอ่านสบาย ๆ แต่กินใจ
ตอนที่ชอบ อย่างตอนขากลับที่ขับรถผ่านถนนที่เคยมานั่งกินข้าว
เขียนไว้ว่า
.
...ก็อย่างที่บอก...ผมชอบอารมณ์ตอนได้กลับมายืนที่เดิมที่เคยมา เพราะฉะนั้น พอมาเจอน้องไก่กับพี่หอมหวลกำลังตั้งร้านอยู่ร่วมกับรถเข็น 'ปะยาง' และผัดไท-หอยทอดคันอื่น ๆ  ผมเลยรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาเฉย ๆ  ผมรู้ด้วยว่าถ้าวันหนึ่งข้างหน้า ผมมีโอกาสกลับไปเดินบนถนนผัดไท-หอยทอดอีกครั้ง ใครบางฅนอาจคิดว่าว่าผมบ้าตอนเห็นผมยืนยิ้มอยู่ตรงหัวถนน หรือหน้าอุโมงค์ทางเข้าห้องเช่าของผม พวกเขาคงไม่รู้หรอกว่ามันมีความหมายกับผมมากแค่ไหน...
.
เพราะบ่อย ๆ เราก็รู้สึกแบบเดียวกัน
.
.
.
ฝันสอง : Santiniketan อินเดียใต้ต้นไม้ โดย 'ศราดีดี้
.
.
 
.
เล่มนี้เป็นเรื่องเล่าของสาวไทยที่ไปเรียนอยู่ที่ศานตินิเกตัน มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดย
รพินทรนาถ ฐากูร
เรื่องไม่ได้เล่าถึงเฉพาะชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย 
เพราะมหาวิทยาลัยนี้ไม่มีรั้ว แต่ละคณะอยู่ร่วม เป็นส่วนหนึ่งกับชุมชน
ในชุมชนมีร้านค้า มีบ้านคน
มีโรงเรียนอนุบาลที่เด็ก ๆ นั่งเรียนบนลานใต้ต้นไม้
และครูสอนให้มองดอกไม้และฟังเสียงนก
โรงเรียน มหาวิทยาลัย นักเรียน ชาวบ้าน
ทุกคนเติบโต เรียนรู้ ไปด้วยกัน
.
อ่านแล้วอยากไปอินเดีย
ไปเรียนที่นั่น
อ่านแล้วอยากกลับไปสอนหนังสือเด็ก ๆ อีกครั้งเหมือนตอนออกค่ายสมัยเรียน
อ่านแล้วอยากมองฟ้าให้มาก ๆ ขึ้น
อ่านแล้วอยากปลูกต้นไม้
อ่านแล้วอยากใช้ชีวิต
.
เมื่อตกหลุมรัก
ท้องฟ้าและแสงแดด
เธอจงปลูกต้นไม้
.
เมื่อตกหลุกรัก
สายธารและทะเล
เธอจงปลูกต้นไม้
. 
ท้องฟ้า แสงแดด สายธาร ทะเล
จะโอบอุ้มความรัก
  ไว้ในต้นไม้ของเธอ*
.
ชอบชื่อตอนตอนหนึ่งมาก
เมื่อไหร่คุณจะรักท้องฟ้า ?
.
.
(*บางตอนจากหนังสือ)

หนังสือห้าเล่ม

posted on 09 Aug 2009 22:17 by ohnaam  in book

............................................................................... 

อ่านหนังสือจบติดต่อกันหลายเล่ม

- ชีวิตที่เก้าของหลุยส์ ดรากซ์

  ลิส เจนเซน เขียน สุเมธ โพธิโสภณ แปล สนพ. บลิส พับลิชชิ่ง

- ยาขอบกับครอบครัว

  กิตติพล สรัคคานนท์ เขียน สนพ. ระหว่างบรรทัด

- เจ้าชายน้อย ฉบับหนังสือภาพ

  สนพ. กำมะหยี่ (จำชื่อคนเขียนและวาดและแปลเวอร์ชั่นนี้ไม่ได้อะ)

- จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น

  เจ ดี ซาลินเจอร์ เขียน ปราบดา หยุ่น แปล สนพ.ไลท์เฮาส์ 

- ที่เกิดเหตุ

  วรพจน์ พันธ์พงศ์ เขียน สนพ. โอเพ่นบุ๊ค

ยังชอบเจ้าชายน้อย รวมทั้งเวอร์ชั่นนี้ เล่มอื่น ๆ มีส่วนชอบ แต่ยังไม่ถึงกับชอบมาก ๆ เหมือนอ่านแล้วอินเป็นบางส่วน แต่ภาพรวมเป็นการอ่านเอาเรื่อง

รู้สึกแปลก ๆ กับหนังสือสองเล่ม คือที่เกิดเหตุ และ จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น

ไม่ใช่แปลกในแง่ว่าหนังสือดีหรือไม่ดี

แต่เป็นความรู้สึกขณะอ่าน อ่านแล้วถอยออกมามอง

ที่เกิดเหตุ หยิบเอามาอ่านในปีนี้ 2552 ขณะที่ผู้เขียนลงพื้นที่ภาคใต้ ขณะเหตุการณ์คุกรุ่น ปี 2549 อ่านแล้วถอยออกมาคิดถึง ว่าถ้าเราอ่านหนังสือเล่มนี้ตอนออกใหม่ ๆ (น่าจะปี 50 ถ้าจำไม่ผิด) จะรู้สึกแบบไหน แล้วตอนนี้ล่ะ เราเห็นอะไรในเหตุการณ์ความไม่สงบภาคใต้ต่างไปจากเดิมบ้างหรือเปล่า หรือองค์ความรู้ความคิดก็เท่า ๆ เดิม แถมความรู้สึกถึงความทุกข์ยาก ความไม่สงบสุขยังจืดจางไปอีก เราเริ่มเห็นมันเป็นเรื่องธรรมดาแล้วหรือยัง เราลืมไปหรือยังว่า เหตุการณ์มันยังไม่สงบ

จะเป็นผู้คอยรับไว้ไม่ให้ใครร่วงหล่น เล่มนี้รู้สึกว่าหยิบมาอ่านผิดเวลา เพื่อน ๆ เราที่เรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษ จะได้อ่านเรื่องนี้ตอนเรียนปีสามหรือสี่ ซึ่งเราว่าถ้าอ่านช่วงนั้น หรืออย่างน้อยสมัยเพิ่งเรียนจบ เพิ่งเจอโลก เพิ่งหางานทำ น่าจะอินกับอารมณ์ตัวละครกว่า อ่านตอนนี้เข้าใจ แต่มันกลายเป็นความเฉยชาอย่างประหลาด ความรู้สึกพวกนั้นมันผ่านไปแล้ว

แต่เล่มหลังนี่อยากลองอ่านอีกเวอร์ชั่นนึง รู้สึกสะดุด ๆ กับสำนวนแปลของปราบดาอยู่หน่อย ๆ อะ

 

(สะกดชื่อเฉพาะผิดตรงไหนขอโทษด้วยค่า เขียนเหมือนบันทึกไว้ หนังสือไม่ได้อยู่กับตัวเลยไม่ได้ค้นมาเทียบดู เห็นผิดพลาดตรงไหนบอกได้ค่ะ)

ปกติก็แวะร้านหนังสือเป็นกิจวัตร พอถึงช่วงงานหนังสือยังอดใจไม่ได้อีก

สำหรับเรา ไม่ค่อยคิดว่างานสัปดาห์หนังสือคืองานลดราคาหนังสือ แต่เหมือนการมาเดินร้านหนังสือขนาดใหญ่ มีหนังสือมาให้เลือกเยอะดี สุดท้ายเลยจับจ่ายไม่คิดหน้าคิดหลัง ความจริงต่อให้ขายราคาเต็ม ถ้าเจอเล่มถูกใจก็คงซื้ออยู่ดี(คนประเภทนี้ก็มีด้วย)

ปีนี้กะว่าคงได้หนังสือมาไม่เยอะ อาจจะซักเล่มสองเล่มที่ออกใหม่ แต่สุดท้าย หนังสือที่อยากได้มันเพิ่มมาจากไหนไม่รู้

วันแรกที่ไปได้มาเท่านี้ค่ะ

จากล่างขึ้นบน

เรื่องรักธรรมดา:เพราะรักเหมือนเดิม หลายคนเขียน สนพ.เม่นวรรณกรรม ตอนไปซื้อพี่เอื้อ อัญชลี(ไม่รู้จักกัน แต่ทำเป็นเรียกตีสนิท)เป็นคนขาย บอกว่าเล่มนี้น่ารัก เล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นหลายคนเขียนค่ะ เราซื้อส่วนหนึ่งเพราะรู้จักหนึ่งในคนเขียน แต่อีกส่วนเพราะเปิดดูแล้ว ทั้งชื่อคนเขียน ทั้งแนวเรื่อง น่าสนใจดี อยากอ่าน ตอนนี้อ่านจบไปสามเรื่อง ชอบผลงานคุณคมสัน สั้น ๆ เรียบ ๆ แต่อ่านจบแล้วร้องไห้เฉยเลย

ย่องเบาเข้าญี่ปุ่น โดย โตมร ศุขปรีชา สนพ.GMBOOKS สังเกตว่าช่วงนี้หนังสือเที่ยว(และอื่น ๆ เกี่ยวกับญี่ปุ่น) ออกมาเยอะมาก เปิดดูเล่มนี้เพราะชื่อคุณโตมร ตัดสินใจซื้อเพราะดูเนื้อหาซับซ้อนน่าสนุกดี ตอนนี้อ่านใกล้จบแล้วค่ะ ชอบจริง ๆ เหมือนอ่านนิยาย ปนสารคดีท่องเที่ยว ปนประวัติศาสตร์ ปนตำนาน ปนวิจารณ์หนังสือ ปนจิตวิทยา ฯลฯ สนุกดี

เดอะรีดเดอร์ โดย เบิร์นฮาร์ด ชลิงค์ แปลโดย สมชัย วิพิศมากูล สนพ.มติชน อันนี้ซื้อเพราะมีหนังมากระตุ้น ความจริงสมัยเรียนเคยซื้อมาเป็นเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ อ่านไปได้ไม่เยอะก็ยอมแพ้ไปก่อน หลายปีให้หลังพอมีหนังออกมาก็อยากจะได้อ่านหนังสือก่อนดูหนัง แต่จะหันไปหยิบเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ ดูท่าชาตินี้อาจไม่ได้ดูหนัง เลยซื้อฉบับแปลมาในที่สุด

ปริศนากับความรัก โดย 10เดซิเบล สนพ.หนึ่ง เคยได้ยินชื่อคนเขียนมาบ้าง เห็นว่ามีหลายคนชมสำหรับงานเขียนเล่มอื่นของเขา ปกติเราชอบลองซื้อหนังสือของนักเขียนใหม่ ๆ มาอ่านอยู่แล้ว เล่มนี้เห็นว่าบางดี น่าจะเหมาะกับการทดลอง อ่านจากปกหลังแล้วดูเข้าที ตอนนี้อ่านจบแล้ว ปรากฎว่า หงุดหงิดใจค่ะ เนื้อเรื่องโอเค แต่ไม่ชอบสไตล์การเขียน(แบบที่อ่านแล้วต้องแปลไทยเป็นไทย) และที่ไม่ชอบที่สุดคือเล่มนี้เหมือนจะไม่มีพิสูจน์อักษรน่ะค่ะ ผลคือทุกหน้าจะมีพิมพ์ผิด พิมพ์ตก ตัดบรรทัดผิด ไวยากรณ์ผิด หรือความหมายผิด อย่างน้อยหน้าล่ะจุด ทำให้เรารู้สึกว่าเขาไม่ได้พิถีพิถันกับการทำหนังสือเท่าไหร่เลย แต่เล่มอื่น ๆ ทั้งของผู้เขียนและสนพ.จะเป็นยังไงบ้าง คงต้องลองดูเป็นเล่ม ๆ ไปค่ะ

(พอดีว่าหลังจากเขียนเอนทรีนี้ไป คุณ 10เดซิเบล ได้เข้ามาอ่านและชี้แจงไว้ในคอมเมนต์ค่ะ เลยยกมาไว้ตรงนี้ด้วย เผื่อใครเข้ามาอ่านบล็อกแล้วไม่ได้อ่านคอมเมนต์ จะได้เข้าใจด้วยค่ะ เพื่อความเข้าใจอันดีนะคะ ตามนี้ค่ะ ...ต้องขออภัยจริงๆครับเรื่องความผิดพลาดในงาน เกิดความเข้าใจผิดเรื่องการประสานงานครับ (งานที่ส่งยิงเพลต ดันไม่ใช่ต้นฉบับที่ตรวจเรียบร้อยแล้ว..แถมยังไม่มีใครดูอีก) แต่อย่างไรก็แล้วผมขอรับไว้ในข้อผิดพลาดที่ได้เกิดขึ้น จะพยายามปรับปรุงให้ดีที่สุดในคราวหน้าครับ...ขอบคุณมากค่ะ)  

นัยความสัมพันธ์ โดย เสี้ยวจันทร์ แรมไพร สนพ.อนัตตา เล่มนี้บาง ๆ เหมือนกันค่ะ เป็นรวมบทความของเสี้ยวจันทร์จากนิตยสาร ฅ ฅน และนิตยสาร way เคยอ่านผลงานของผู้เขียนมาแล้วสองเล่ม ในลมหายใจมังกร ในกลิ่นเวียดนาม กับเสี้ยวสิกขิม ส่วนตัวแล้วไม่ได้ประทับใจงานเขียนของเสี้ยวจันทร์เป็นพิเศษ แต่ชอบความเป็นธรรมชาติในการเขียน กับมุมมองที่มักจะสอดแทรกมาแบบไม่โจ่งแจ้งแต่ก็ชวนคิด อ่านแบบไม่เครียด แต่ก็มีอะไรสะกิดใจให้เก็บมาคิดต่อ เล่มนี้อ่านจบแล้วเหมือนกันค่ะ แต่กลับชอบคำนำผู้เขียนที่สุด อินมากจนต้องหยุดร้องไห้แบบไม่รู้ตัว(อีกแล้ว)

เขียนฝันด้วยชีวิต โดย ประชาคม ลุนาชัย สนพ.มติชน โปรยปกหน้าบอกว่าเป็นอัตชีวประวัติเชิงนวนิยาย นวนิยายเชิงอัตชีวประวัติ เปี่ยมจริง เปี่ยมฝัน เปี่ยมชีวิต ความจริงไม่เคยสนใจอ่านแนวชีวประวัติเลยค่ะ แต่มีพี่แนะนำมาว่าเล่มนี้ดี หลังจากจด ๆ จ้อง ๆ มาหลายรอบ เลยตัดสินใจหยิบมา คิดว่าอาจจะช่วยจุดไฟ(ฝัน)ให้ตัวเองได้

จะเป็นผู้คอยรับไว้ ไม่ให้ใครร่วงหล่น โดย เจ.ดี. ซาลินเจอร์ แปลโดย ปราบดา หยุ่น  สมัยเรียนเพื่อน ๆ ที่เรียนวิชาเอกภาษาอังกฤษจะต้องอ่านเล่มนี้กัน ชื่อต้นฉบับคือ The Catcher in The Rye เราก็อยากอ่านบ้าง แต่เคยอ่านผลงานผู้เขียนคนเดียวกันแต่เล่มบางกว่าแล้วก็คิดว่า ถอยดีกว่า เพราะกว่าจะถึงขั้นตีความเนื้อหา คงต้องทะลุกำแพงภาษาอังกฤษไปให้ได้ก่อนหลายชั้น พอมีออกมาเป็นภาษาไทยเลยไม่อยากพลาด ความจริงเรื่องนี้เคยมีแปลออกมาก่อนหน้านี้แล้วค่ะ ถ้าจำไม่ผิดชื่อทุ่งฝัน แต่...ขี้เกียจตามหา

ธรรมชาติของการตาย หลายคนเขียน โดยกลุ่มวรรณกรรมภูเก็จ รวมเรื่องสั้นชุด ฝัง ใจ ไฟ ฝัน 3 โปรยปกว่าเป็นทะเลแห่งเรื่องเล่าหลังสึนามิของ 14 นักเขียนไทย และ 1 เรื่องแปลของ การ์เบรียล การ์เซีย มาร์เกซ แค่ธีมเรื่องก็น่าสนใจแล้วค่ะ(สำหรับเรา) หนึ่งในสิบสี่เรื่องสั้นเราเคยอ่านแล้ว คือเรื่องปิ่นโต ของอนุสรณ์ ติปยานนท์ เพราะมีรวมไว้ในหนังสือ เคหวัตถุ เป็นเรื่องที่เราชอบค่ะ นอกจากนั้นก็มีงาน เช่น ของกนกพงศ์ สงสมพันธุ์ ศิริวร แก้วกาญจน์ เลยแอบไว้ใจและเหมาเอาเองว่า เรื่องของนักเขียนท่านอื่นที่คัดสรรมารวมในเล่มนี้ จะน่าสนใจเหมือนกัน(เกี่ยวไหม)

ฟ้ายังมีที่ว่างให้เธอวาด โดย พิบูลศักดิ์ ละครพล สนพ.เคล็ดไทย หนังสือรวมกวีของนักเขียนอีกท่านที่เราชอบ เล่มนี้ดีใจที่สุดที่ได้มา เพราะตามหามาประมาณห้าหกปีแล้ว เจอครั้งแรกที่ร้านหนังสือเดินทางสมัยที่ร้านยังอยู่แถวป้อมพระสุเมรุ คราวนั้นซื้อมาให้เพื่อนเป็นของขวัญ ทำไปทำมาอยากได้เอง ปรากฎว่าตามหากี่ร้านก็ไม่เจอ เพิ่งมาเจอในงานหนังสือคราวนี้ที่บูธเคล็ดไทยเอง แต่โดนลดครึ่งราคาซะแล้วค่ะ

เพลงนี้คือเพลงของเธอ โลกของคนนอนไม่หลับ โดย คมสัน นันทจิต สนพ.โลกไขลาน นี่เป็นอีกเล่มที่อยู่ตรงโซนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ของสนพ.เคล็ดไทยค่ะ แต่ก็เป็นเล่มที่เราชอบมากเหมือนกัน(เอ๊ะ ยังไง) ความจริงเล่มนี้ซื้อให้เพื่อนค่ะ เพราะมีเป็นของตัวเองแล้ว ตอนนั้นซื้อจากศูนย์หนังสือในมศว. เป็นร้านหนังสือที่เราชอบเพราะมีหนังสือหลากหลายดี แต่ปัจจุบันปิดตัวซะแล้วค่ะ(เอ๊ะ ยังไง) ชอบงานเขียนของคมสัน เล่มนี้เป็นบทความที่เชื่อมโยงกับเพลงที่ผู้เขียนเลือกมา ความจริงเราแทบไม่รู้จักเพลงในหนังสือซักเพลง แต่อ่านแล้วชอบอยู่ดี เป็นคนที่เขียนหนังสือได้นุ่มและเหงาที่สุดคนหนึ่ง เหงาแบบไม่พยายามเหงา เวลาอ่านให้ความรู้สึกเหมือนเพื่อนหรือคนรู้จักมาเล่าเรื่องให้ฟัง อ่านไปเรื่อย ๆ เรื่อย ๆ รู้ตัวอีกที เหงาจังแฮะ เป็นแบบนั้น ชอบมาก ๆ

ดอกไม้และสายฝน โดย วาวแพร สนพ.ผีเสื้อ อ่านวรณกรรมเยาวชนของคุณมกุฏ อรดี บรรณาธิการสนพ.ผีเสื้อมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ ทั้งในนามปากกาวาวแพร และนิพพานฯ เท่าที่จำได้มีพราวแสงรุ้ง เด็กชายจากดาวอื่น และเพลงดวงดาว (ความจริงมีปีกความฝัน กับผีเสื้อและดอกไม้ในครอบครองด้วยแต่ยังอ่านไม่จบ น่าอายจริง) ความจริงเล่มนี้ตีพิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2529 แต่ที่ตีพิมพ์ออกมาใหม่ครั้งนี้เป็นฉบับแก้ไขค่ะ รูปเล่มและภาพประกอบสวยมากตามมาตรฐานผีเสื้อ เป็นอีกเล่มที่ดีใจตอนเห็นมันวางขายเพราะเคยเปิดดูรายชื่อผลงานของคุณมกุฏแล้วอยากได้เล่มนี้(ชอบชื่อเรื่อง ฮ่าๆๆๆ) เลยต้องขอโทษสนพ.ผีเสื้อ ทั้งที่ควรไปซื้อในร้านหนังสือตามเจตนารมณ์ของสนพ. แต่เห็นแล้วอดใจไม่ได้จริง ๆ

ชายชราผู้อ่านนิยายรัก โดย หลุยส์ เซปุล์เบดา แปลโดย สถาพร ทิพยศักดิ์ สนพ.ผีเสื้อ เป็นอีกเล่มที่ต้องขอโทษสนพ.ผีเสื้อค่ะ เล่มนี้ยังไม่ได้อ่าน แต่เคยอ่าน นางนวลกับมวลแมวผู้สอนให้นกบิน ของผู้เขียนคนเดียวกันแล้ว น่ารักดีค่ะ เล่มนี้ก็เห็นคนชมกันเยอะเหมือนกัน แถมสนพ.ผีเสื้อทำรูปเล่มได้น่าเก็บอีกตามเคย ไม่อยากพลาด

เส้นแสงที่สูญหาย เราร้องไห้เงียบงัน โดย มุราคามิ ฮารุกิ รวมเรื่องสั้นหลายคนแปล สนพ.กำมะหยี่ ก่อนอื่นอยากบอกว่า ชอบชื่อเรื่องและภาพปกมาก กระดาษปกด้วยเอ้า ตามอ่านงานมุราคามิอยู่แล้วค่ะ แม้จะมีเล่มที่ยังอ่านไม่จบ และเคยอ่านรวมเรื่องสั้น เรือเชื่องช้าสู่เมืองจีน แล้วไม่ชอบเท่าเรื่องยาว(รู้สึกว่าอ่านยาก) แต่ยังซื้อเล่มนี้เพราะได้ยินมาว่าเป็นเรื่องสั้นต้นตอของ ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย หรือนอร์วีเจียน วูด นิยายเรื่องดังของผู้เขียน อืม เอาไปหนึ่งแต้ม และเล่มนี้มีคนแปลหลายคน เราว่าน่าสนใจดีที่จะได้ลองอ่านสำนวนแปลของคนอื่น ๆ นอกจากคุณนพดลบ้าง เพราะรู้มาว่าต้นฉบับภาษาญี่ปุ่นใช้สำนวนภาษาเรียบง่าย เอาไปอีกแต้มนึง (คะแนนเต็มสองแต้ม)

ดอกไม้ดอกสุดท้าย โดย ศักดิ์สิริ มีสมสืบ สนพ.สามัญชน เป็นรวมบทกวีร่วมสมัย บางบทเคยอ่านมาแล้ว ซื้อด้วยเหตุผลสั้น ๆ ว่าชอบผลงานของคุณศักดิ์สิริค่ะ

เธอปลูกดอกรักไว้ในใจฉัน หลายคนเขียน สนพ.ไม้ยมก แหะ ได้มาจากโซนลดครึ่งราคาของสนพ.เคล็ดไทยเหมือนกัน เล่มนี้เป็นรวมเรื่องสั้นและบทกวีค่ะ ความจริงถ้าดูแค่ชื่อเรื่องคงไม่หยิบมา เพราะดูหวานแหววมาก ๆ  แต่นักเขียนแต่ละคน(มี 37 เรื่อง 37 คน)ไม่ธรรมดาเลย ก็เลยขอเถอะ

อ่า จบไปหนึ่งกอง ทีแรกไม่คิดว่าจะมาเขียนอะไรยาวเหยียดขนาดนี้ แต่ในเมื่อเริ่มแล้ว ต่อเลยดีกว่า

กองนี้เพิ่งซื้อมาวันนี้ค่ะ ทีแรกกะไปแค่ซื้อของให้เพื่อน และว่าจะกลับอยู่แล้ว แต่ดันนึกขึ้นมาได้ว่ามีหนังสือที่อยากได้อยู่

จากตรงกลางค่ะ(มาแปลก)

หนังสือชุดโดโรธี กับพ่อมดแห่งออซ โดย แอล.แฟรงก์ โบม สนพ. เรือนปัญญา นี่แหละค่ะ หนังสือที่อยากได้ ความจริงในชุดนี้มีเล่มอื่นอีก แต่ซื้อมาสี่เล่ม(เพราะหมดตัว)คือถนนสู่ออซ  โดโรธีกับออซมาแห่งออซ  เมืองมรกตแห่งออซ และโดโรธีกับพ่อมดแห่งออซ ความจริงเล่มที่อยากได้สุดคือเล่มหนึ่ง พ่อมดมหัศจรรย์แห่งออซ แต่หมดแล้วค่ะ เลยซื้อเล่มอื่นมาแทน เผอิญว่าไปอ่านหนังสือเล่มหนึ่งแล้วมีพูดถึงเรื่องนี้ เรานึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่เคยอ่านเลย เคยดูแต่ที่เอามาทำเป็นการ์ตูนเมื่อนานมาแล้วและชอบ แถมยังได้ยินเสียงลือเสียเล่าอ้างจากหลายคน เลยนึกคึกอยากอ่านขึ้นมา ถามคนขายว่าเล่มที่เอาไปทำเป็นการ์ตูนคือเล่มไหน ก็ได้คำตอบว่าเป็นเล่มหนึ่งซึ่งหมดแล้ว เศร้าใจ แต่ยังเอาเล่มอื่นมาแทน ชอบภาพประกอบในเล่มมากเลยค่ะ มีทั้งภาพสีและขาวดำ สวยคลาสสิก 

เล่มล่างค่ะ

ฉีกขนบแอนิเมชั่น เอกลักษณ์ของฮายาโอะ มิยาซากิ นักฝันแห่งตะวันออก โดย นับทอง ทองใบ สนพ.มูลนิธิเด็ก เล่มนี้นั่งอ่านไปคร่าว ๆ แล้วตอนอยู่ในงานหนังสือ เพิ่งรู้ว่าเรียบเรียงจากวิทยานิพนธ์ของผู้เขียนค่ะ ประเด็นแต่ละประเด็นในหนังสือน่าสนใจมากเลย มีทั้งในแง่ความเป็นมา การสร้างสรรค์เนื้อหา แนวคิด สไตล์การทำแอนิเมชั่นของสตูดิโอจิบลิ แฟนผลงานสตูดิโอจิบลิอย่างเราเลยไม่อยากพลาด(อีกแล้ว)

และสุดท้ายคือเล่มบน

ปราสาทเวทมนตร์ของฮาวล์ โดย ไดอาน่า วินน์ โจนส์ แปลโดย เศรษฐศิริ วงศ์ศรานนท์ สนพ.มติชน เป็นผลพวงจากเล่มฮายาโอะ มิยาซากิค่ะ เพราะนี่เป็นต้นฉบับที่สตูดิโอจิบลินำไปสร้างเป็นแอนิเมชั่นเมื่อปี 2004 ยังไม่ได้ดูที่เป็นแอนิเมชั่น แต่อ่านหนังสือก่อนก็ดี ตอนนี้อ่านไปได้หน่อยแล้วค่ะ เรื่องสนุกดี แต่แปลอ่านยากไปหน่อยค่ะ

หมด(ตัว)แล้วในที่สุด วันนี้เป็นวันกระชากวัยค่ะ ได้มาแต่แนววรรณกรรมเยาวชนทั้งนั้นเลย

 

edit @ 7 Apr 2009 21:24:47 by ระหว่างทาง